aom 的个人资料Sheelacat's Shelter照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
9月28日 ฉันจะทำเช่นไรดี??ตอนนี้ หัวใจเกิดอาการโยเยอีกแล้ว
ที่จริง หัวใจมันก็เริ่มออกอาการโยเยมาพักหนึ่งแล้วแหละ
ตั้งแต่ได้รู้จักกับ เขา คนนั้น
...หัวใจ ก็เริ่มอยากไปอยู่กับ เขา ซะอย่างนั้น!!
ทั้งที่ฉันเอง ก็พยายามข่มใจตัวเอง
บอกใจว่า อย่าคิดอะไรเป็นอื่นเลย
มันคงเป็นความบังเอิญ
ที่เขาหันมาสบตา ยิ้มให้ เวลาเล่นดนตรีด้วยกัน
มันคงเป็นแค่เพราะ เขาหิวน้ำ
เลยมาดื่มน้ำจากขวดเดียวกับฉัน
มันคงเป็นเรื่องประจวบเหมาะ
ที่เขาเกิดอยากกิน "เทมปุระ" หลังจากที่ฉันคุยเรื่องชื่อวงเก่า
มันคงเป็นแค่ความใจดีของเขา
ที่ส่งรูปเดี่ยวของตัวเขาแถมมา หลังจากที่ส่งรูปที่เราถ่ายคู่กันมาให้ฉันแล้ว
มันคงเป็นแค่ความเอื้ออารี
ที่เขาส่งข้อความมาให้กำลังใจฉัน ตอนที่ฉันซ้อมกับวงของฉันเอง
มันคงเป็นแค่ความอยากรู้ อยากชวน
ที่วันนี้เค้าโทรมาถามว่า ฉันจะไปซ้อมกับพวกเขาไหม
...ฉันชักอยากจะรู้แล้วสิ ว่าทั้งหมดที่เขาทำ มันมาจากความรู้สึกแบบไหน...
ว้าวุ่นใจยังไงชอบกล
ความรู้สึกนี้มันอะไรกันแน่
ยิ่งวันนี้ ที่เขาโทรมาถามว่าไปซ้อมด้วยกันไหม...หลังวางสายไป
ฉันหยิบจับอะไร...ก็ไม่ค่อยจะถูก
รู้สึกแก้มอุ่นๆยังไงก็ไม่รู้
มือไม้ก็อยู่ไม่สุข เดี๋ยวเกาหัว เดี๋ยวลูบท้ายทอย
ฉันเป็นอะไรก็ไม่รู้...เขาจะรู้ไหมนะ ว่าอาการนี้มันคืออะไร
ถ้าถามเขา เขาจะตอบได้หรือเปล่าหนอ...
7月20日 Be awake!วันนี้ตื่นแต่เช้า
หลังจากที่เมื่อคืน ร้องไห้จนหลับไป
(ไม่รู้เหมือนกันว่าจะร้องไห้ไปหาถ้วยโอลิมปิกที่ไหน!!)
ตื่นมาอ่านสเปซ
เจอคอมเม้นท์ตอบของเพื่อนยุ้ย...เพื่อนสมัย ม.ปลาย
ซึ่งตอบได้ตรง...ตามสไตล์ของยุ้ยเองว่า
"ถ้าคนที่ตรงไปตรงมามันจะผิด
ก็คงผิดที่พูดความจริงมั้ง
คนเราส่วนใหญ่ชอบการตอแหล
และถ้ายิ่งเป็นเพื่อนกันยังจะตอแหลใส่กัน
กูว่าไม่ต้องเป็นเพื่อนหรอก
แค่คนรู้จักก็พอ"
(กูขออนุญาตนะเว้ยยุ้ย รีพลายนี้ของมึงโดนมากๆจนกูอยากให้คนทั้งโลกได้ดูหวะ)
อ่านคอมเม้นท์เพื่อนยุ้ยจบ
มันทำให้ฉันพบคำตอบได้ถึง สองเรื่อง ในรีพลายเดียว
1. เรื่องที่ฉัน เสียจิต อยู่ในตอนนี้
มันเป็นเพราะ สถานะที่ฉันคิดกับพวกเขา
กับสถานะที่พวกเขา(บางคน)คิดกับฉัน
...มันไม่เท่ากัน...
ฉันคิดว่าเขาเป็นเพื่อน แต่เขา(คง)ไม่คิด
พอฉันทำตัวตรงๆ(ซึ่งคงคิดกันว่าแรง)ใส่
เลยเกิดอาการ "รับไม่ได้" กันขึ้นมา...ก็เท่านั้น
งั้น...ก็คงเป็นอย่างสองประโยคสุดท้าย ที่ยุ้ยว่า
คงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ฉันเคยบอกไว้ในเอนทรี่ใดเอนทรี่หนึ่งเมื่อนานมาแล้วว่า
"สิ่งที่ฉันกลัวที่สุด คือ การสูญเสียความเป็นตัวเอง"
ดังนั้น การที่ฉันจะต้องยอมเปลี่ยนตัวเอง
เพื่อให้ได้ เพื่อน เพิ่มขึ้น...ฉันไม่ทำ!!
คนเป็นเพื่อนแท้ คือ คนที่ฉันสามารถ เผยตัวตนที่แท้จริง
เปลือยความคิด อารมณ์ ความรู้สึกได้ทุกอย่าง
โดยที่คนๆนี้จะไม่มานั่งนอยด์ เหวอ ใดๆทั้งสิ้น
เพราะรู้จักสันดานกันแล้วเป็นอันดี
2. เรื่องที่ว่า "ทำไมฉันกับยุ้ยถึงมาเป็นเพื่อนซี้กันได้"
(ขออนุญาตใช้ กู-มึง เพราะมันตรงใจที่สุดแล้ว)
ยุ้ย กูขอยืดอกสารภาพวันนี้เลยหวะ
ว่ากูแอบสงสัยมานานแล้ว...ว่าทำไมกูกะมึงถึงมาสนิทกันได้
เพราะมึงอ่ะแรงงงง
(กูล่ะชอบมึงจัง...แอบชื่นชมเป็นไอดอลในใจกูมานานเลยนะเนี่ย)
ส่วนกู...ก็อย่างที่เห็น...เรื่อยๆลมๆไหลๆออกจะแหยๆด้วยซ้ำ
แต่รีพลายนี้ของมึง ทำให้ปริศนาในใจกูกระจ่าง
มันเป็นเพราะกูกะมึง "ตรง" เหมือนๆกันนี่เอง
ขอบใจเว้ยเพื่อน ที่คอยเป็นกำลังใจให้กูตลอด
***** ***** ***** ***** ***** *****
อ่ะ สบายใจแล้ว ไปนอนต่อได้!!!
7月19日 สิ่งที่อยากได้ในตอนนี้คือ Barbituratesตอนนี้กำลังอยู่ในสภาพ "เสียจิต" อย่างแรง
เพราะเพิ่งจะรู้...ว่าความรู้สึกของเราที่มีให้แก่ใครต่อใคร
ความรู้สึกที่แสดงออกมาแบบตรงๆ ไม่ปกปิด ไม่เสแสร้ง
สิ่งที่เราเคยทำให้กับใครต่อใคร
แบบ "เปิด" พื้นที่ในใจให้พวกเขาเต็มที่
มันทำให้พวกเขา ปิด พื้นที่ในใจของพวกเขา
มีเพื่อนแนะนำ ให้ฉันปรับตัว
ลดการแสดงความรู้สึกลง
เพื่อให้พวกเขา เปิด พี้นที่ในใจให้ฉันมากกว่านี้
ฉันนั่งคิดอยู่ครึ่งคืน นั่งคิดพร้อมกับน้ำตา
นั่งคิดด้วยความรู้สึกที่ว่า "กูผิดหรือไงวะที่กูสันดานแบบนี้"
นั่งคิดขณะที่เปิดเพลง What I've done ของ Linkin Parkไปด้วย
นั่งคิดอยู่ตั้งนาน
โดยที่สุดท้าย...ฉันก็ไม่ได้ข้อสรุปอะไรเลย
รู้แต่ว่า ฉันเปลี่ยนตัวเองไม่ได้
แล้วก็เข้าใจว่าเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ด้วย
ฉันคงไม่อาจทำตัว "แอ๊บเรียกถ้วยโอลิมปิก" ได้ขนาดนั้น
ฉันก็คือฉัน
ผู้หญิงที่ปากตรงกับใจที่สุด
ถ้าจะแสดงออก ก็คือ ออกมาตรงๆ
ถ้าไม่แสดงออก ก็คือไม่แสดงออกเลย
ฉันทำอะไรครึ่งๆกลางๆไม่เป็น...ถ้ากับคนที่ฉันให้ใจไปแล้วจริงๆ
สิ่งที่ คนสันดานเสียๆอย่างฉัน พึงจะทำได้ในตอนนี้
ไม่ใช่การเรียกร้องให้คนอื่นปรับตัว เปิดพื้นที่ในใจให้ฉัน
และไม่ใช่การเปลี่ยนตัวเอง เพื่อให้คนอื่นเปิดพื้นที่ในใจให้
แต่เป็นการ "ปิด" พื้นที่ในใจตัวเองซะ
เคยรู้สึกยังไง เคยคิดยังไง ต่อไปไม่ต้องให้คนอื่นรู้อีกแล้ว
แล้วก็ไม่ต้องสนใจ ไม่ต้องรับรู้เรื่องคนอื่นด้วย
จบ เลิก พอกันที!!!
ต่อไปใครจะทำอะไร อย่างไร ก็ไม่ต้องมาบอกให้ฉันรู้
เชิญตามสบาย...ชีวิตใครชีวิตมัน
****** ***** ***** ***** ***** *****
แวบหนึ่งขณะที่คิดเมื่อคืน
ชื่อยา "บาร์บิทูเรท" ก็ผุดขึ้นมาในหัว
ฉันรู้...ว่ามันเป็นยานอนหลับ
ฉันไม่เคยใช้มันหรอก
แต่ชั่ววูบนั้น...ฉันกลับอยากได้มันมาก
ไม่ใช่แค่เม็ดสองเม็ด
แต่เป็น หนึ่ง กำมือ
เพื่อให้ฉัน ไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีกเลย
ตอนนี้อยากได้บาร์บิทูเรทมากๆจริงๆ
7月6日 วันรวมญาติ รวมวง รวมแม่ยกเมื่อวาน(5July2008)เป็นอีกวันที่ฉันเหนื่อยมากๆ แต่ก็ "มันส์" มากๆๆๆๆ 14.30 ผู้หญิงเสื้อดำ ดักรอขึ้นแทกซี่ตรงปั๊มเชลล์ เยื้องซอยลาดพร้าว41(ฉันยืนรอตั้งชั่วโมงเชียวนะยะ!!) 14.40 มาละ แทกซี่ วันนี้ชินใส่เสื้อแบบคล้ายๆขนแกะ แม่เป็นคนเรคคอมเมนด์ให้ใส่(เจ้าตัวว่างั้น...มั้ง) มองหน้าดีๆแล้ว...เฮ้ย!!วันนี้รองพื้น ทาแป้งมาด้วยนี่!! แต่ด้านข้างตรงแนวขากรรไกรมันเป็นคราบไปนิด(-_-") มาๆๆ เกลี่ยให้ เลยต้องเติมแป้งกันบนรถนั่นแหละ 15.00 ถึงที่งานละ มาถึงปุ๊บ ก็โดนน้องมิโยโตะลากเข้า หลังเวทีทันที!!! วงแรกเล่นเพลงสุดท้ายกะลังจะจบพอดี วงที่เราไปช่วยเค้ามาบอกว่า เพลงSadistic Desireเล่น เป็นเพลงที่หก(หรือเจ็ดฟะ...งงๆ) หลังจากนั้น เจอน้องปู...ไม่เจอกันนานเลยน้อง แล้วก็เจอ แด้ เพื่อนสมัยมหาลัยด้วย!!!บอกว่าน้องชายชอบเอ๊กซ์ เลยพามาแนะนำตัวกัน แลกเบอร์กันเสร็จสรรพ จากนั้นก็ หาที่เปลี่ยนกางเกง ทาปาก ทานิ้วมือด้วยลิปสีเลือด (ทั้งหมดนี้ รบกวนนน้องปูล้วนๆ ขอบใจนะจ๊ะ) และแล้ว ธิปเพื่อนแก๊งเดอะเป็ด(แม่ยก)กะเจนนี่ก็มา เย้ๆๆๆ!!! ระหว่างที่รอขึ้นเล่น ก็ยืนเม้าท์ลวนลามมือกลองวงนั้น ไปพลางๆ(แหม...เสื้อโชว์ไหล่ขาวเนียน กรั่กๆๆๆๆ) ยืนเม้าท์เพลิน วงนั้นเค้าหันมาเรียกๆ เย้ย!!! ทำไมไวจัง ว่าไปแล้ว...มันเป็นการขึ้นเวทีหนึ่งในไม่กี่ครั้งของฉัน ที่ไม่ได้ขึ้นครบวง แล้วมันก็เป็น ครั้งแรก ที่ฉันต้องขึ้นเวทีกะชินกันสองคน (ที่เหลืออีกสี่เป็นวงอื่น-_-") แอบเหงาใจเล็กน้อย แต่เอาน่ะ!!ยังไงก็มีชินอยู่ด้วย ร้องไป...จนจบ...ขอบคุณวงเขา แล้วลงจากเวที ทำไม...ทุกอย่างมันดูเร็วจังนะ?แต่ก็ ช่างมันเถอะ ตอนจบงาน แฟนต้า(มือกีตาร์วงโน้น) มาจับมือขอบคุณด้วยอ่ะ!!!แอบตกใจ!!! ลงจากเวทีมา อิสก็มาพอดี เลยชวนกันไปหามุมถ่ายรูป ด้วยความอนุเคราะห์จากน้องเจนนี่ เอื้อเฟื้อทั้งกล้องและตุ๊กตาประกอบฉาก เราจึงได้ภาพ ฮา น่ารัก น่าหยิก(ประสาทนิดหน่อย) ธิปไม่ยอมมาถ่ายด้วย แต่ธิปก็ไม่ชอบถ่ายรูปอ่ะ ส่วนไอ้พวกนี้ บ้ากล้องเป็นอาจิณ-_-" ยิ่งชินนี่ หายห่วง ระดับอาจารย์แอคติ้ง ถ่ายออกมาดูได้ทุกรูป!!! ไม่รู้ทำได้ไง หลังจากนั้นก็แห่กันไปกิน หมู(ไก่)กะทะ ตรงโลตัสอ่อนนุช ห่างจากห้องซ้อมไม่เท่าไหร่ อิสกะชินไม่กินเนื้อสัตว์ ส่วนอ้อมไม่หมู เลยสร้างความปวดกบาลให้ทางร้านอย่างสุดซึ้งงงงง เขาเลยเปิด ห้องแอร์ ให้พวกเราเลย!!!! โต๊ะยาวโต๊ะเดียว ตั้งสามเตา(เตาหมู เตาไก่ เตาผัก) พี่แจงมาถึงแล้ว เลยมานั่งกินแอนด์เม้าท์กันก่อน กว่าเฟิร์นจะมา สมาชิกวงก็เกือบได้เวลาไปซ้อม เห็นน้องๆ(อิสกะชิน)ย่างเห็ดทาเนยกันอย่างเมามันส์ หอมน่ากินอ่ะ แต่ไปยุ่งกะเตาเค้าไม่ได้(T_T) รีบบึ่งมาห้องซ้อมด้วยความอนุเคราะห์จากรถเจนนี่ ระหว่างทาง พี๋โอ๋โทรมา เนโทรมา บอกว่าถึงห้องแล้ว กรี๊ดดดดด ให้ว่องอ่ะ ให้ว่อง... ถึงห้องซ้อมเลยสองทุ่มไปหนึ่งติ่ง(???) ทำธุระส่วนตัวกันแปบนึง พี่โอ๋ กะ ศิก้อมา (พี่โอ๋พาแฟนมาด้วย กิ๊วๆๆ เพลงเทพ โพธิ์งาม ลอยมา) เข้าห้องซ้อมได้ ทุกคนก็ปรับเครื่องในความดูแลของตัวเอง คนคุมห้องก้อมาปรับเสียง ต่อเปียโนไฟฟ้าให้ กว่าจะได้ซ้อมจริงก้อ สองทุ่มยี่สิบห้า(-_-") น้องพลอย ก็มาดูด้วย(เห็นว่าอยากดูพี่โอ๋โซโล่) เริ่มเพลงแรกด้วยrusty nailหรือ week endนะ ลืม... แหม...แค่เสียงแรก มันก็ตึ้บ ได้อารมณ์มากมาย หลังจากนั้น ทุกสรรพเสียงก็สาดเข้าใส่กันอย่างเมามันส์ (แก๊งแม่ยกมาตอนสามทุ่มกว่าๆ) ระหว่างสองชั่วโมงนั้น การซ้อมเป็นไปอย่าง"เมามันส์" จะเล่นผิดบ้าง สุยบ้าง มันก็ยังมันส์ เห็นชินยิ้มแฉ่งอยู่หลายตอน(ถูกใจอ่ะดิ๊ อิอิ) เนก็ดูท่าทางผ่อนคลายกว่าซ้อมเมื่อวันก่อน พี่โอ๋ที่บอกว่ามีธุระต้องไปตอนสามทุ่ม สุดท้ายก็อยูจนเกือบจบ(หลอกล่อทิดไว้ได้!!!) ศินี่ ท่าทางจะอินจัด ไม้กลองลอยเลย!!! อิซซี่ก้อแจ่ม(แต่แอบบ่นว่าไม่มีเพเดิล) สองชั่วโมงผ่านไปเร็วมากกกกกกกกกก ออกจากห้องซ้อม มาจ่ายตังค์ เนบ่นว่าหิวข้าว ทั้งคณะเลยแห่กันไปกินข้าวที่ตรงข้ามซอยทองหล่อ นั่งเม้าท์แตกถึงเกือบเที่ยงคืน พอตอนจะกลับ ระหว่างที่ฉันยืนเม้าท์กะใครสักคนในวง พี่แจงกะฟิล์มก็กรี๊ดด โดดเหย็งออกจากรถ ฉันเลยเดินไปดูแบบงงๆ ว่ากรี๊ดไรกัน "จิ้งจกอ่ะ" ใครไม่รู้พูดมา...เล่นเอาฉันมึนส์ แค่จิ้งจกเนี่ยนะ? มาเลย...เดี๋ยวอ้อมหยิบออกให้เอง!!! พอเห็นเจ้าตัวการก็ถอนใจ โอ๊ย...ตัวเท่าเมี่ยง กรี๊ดยังกะเห็นแมงป่องยักษ์ ฉันเลยเอามือจับๆปัดๆมันจนมันหล่นไปที่พื้นถนน แล้วถึงได้ขึ้นรถกัน เหล่าแม่ยกบอกว่า "อ้อมแมนมากกก" (-_-") ถึงบ้านก็เกือบๆตีหนึ่ง มาแชทกันต่ออีก คราวนี้ฉัน "แบตหมด" เดินไปหลับกลิ้งที่เตียง (ออนเอ็มทิ้งไว้งั้นล่ะ) เป็นอีกหนึ่งวัน ที่สนุกมาก ได้เอาเพื่อนๆวงกะเพื่อนๆแก๊งเป็ด มาจอยกัน โชคดีที่นิสัยคุยกันได้ น่ารักกันทุกคน รูปภาพเชิญติดตามได้ทางอัลบั้ม ไว้คราวหน้าไปแจมเกะกันเต๊อะ!!! (ซ้อมนัดหน้า เด๋วจะติดต่อไป) ข้อสังเกตเล็กๆน้อยๆ(มันมาอีกแล้ววว) 1.วันนี้การเล่นรวมของเพลงเร็ว(ไซเลนท์)ดีกว่าเดิมเยอะ ขอชมเชย(คาดว่าศิคงไปแกะเพิ่มเติมมาแล้ว) 2.X ก็พอได้นะ แต่ยังสุยหลุดเยอะกว่าไซเลนท์ 3.สการ์นี่เข้าขั้นเยี่ยม!!ฟังแล้วอยากร้องไห้ด้วยความตื้นตัน (T_T) 4.เพลงช้าก้อชิลๆ เห็นพี่โอ๋กางโน้ต แต่ก้อโออ่ะ ฟังรวมดีออก 5.มีแอบสุยเล่นSadistic แต่ฟิลคนละเรื่องกะอีกวงเลย!! ความมันส์ คนละเรื่องกัน!!! 6.ขอโทษค่ะ ร้องรัสตี้เนลเพลินจนคร่อมจังหวะ (ผลพวงจากการนอนไม่พอ...มันอ้างซะงั้น!!) 7.เนจ๊าบอ่ะ แกะCelebration มาซ้อมประสานกะพี่โอ๋แร้นน (คราวหน้าขอซ้อมเพลงนี้ด้วยนะ) 8.ใจเย็นนะอิส เด๋วรอบหน้าหาห้องซ้อมที่มีเพเดิลดีกว่า(^^;;) 9.ชินนี่...ชิลๆนะยะ หน้าบานนน(มีแอบสุยด้วย) 10.จับไม้กลองดีๆนะศิ เห็นแก่ความปลอดภัยของเพื่อนร่วมวง (-_-") 11.อีตาคนคุมห้องซ้อมนี่ คะแนนมนุษยสัมพันธ์ติดลบ หน้าตาไม่รับแขก ขนาดพ่อพระอย่างเนยังไม่ชอบแกเลย!!! 12.บรรดาแม่ยกแอบฮือฮา ว่าวงนี้หน้าตาดี (กรั่กๆๆๆๆๆ) 13.คนที่กินข้าวตรงข้ามซอยทองหล่อ บอกว่าเขาผัดกับอร่อย เสียดายที่กินไม่ลงแล้ว..เหนื่อยจัด อยากกินแต่น้ำมากกว่า 14.เพิ่งจะรู้ ว่าแค่เปลี่ยนมือกีตาร์แม้ชั่วคราว อารมณ์วงมันคน ละเรื่องเลย(อันนี้อ้างอิงจากซ้อมคืนก่อน T_T) 15.รักแม่ยกและสมาชิกทุกคนจ้า...อิอิ 6月20日 จะจัดห้องแล้วค้าบบบบ~~หลังจากมองความโหดร้าย เสื่อมโทรม เลวทราม
ของสภาพห้องมานาน
วันนี้ อิชั้นตัดสินใจแล้วค่ะ
ว่า "กูทน(ตัวเอง)ไม่ไหวแล้วโว้ย!!"
คืนนี้อิชั้นจะจัดห้องวะค่ะ!!!
ส่วนจะจัดสำเร็จหรือไม่นั้น
เด๋วจะเอามาโชว์ในอัลบั้มอันถัดไป
คืนนี้แหละ...อิชั้นจะเปลี่ยนแปลง!!!
6月15日 ความรักทำให้คนตาบอด(ไปขายลอตเตอรี่ดีไหม?)ไม่มีอะไรมากหรอก
ก็แค่รู้สึกตัวว่า "ไปรักคนที่ไม่ควรรักเข้า"
ไม่เอ่ยถึงล่ะนะ ว่าคนที่ว่านั่นใคร
แล้วก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ความรู้สึกนี้มันเริ่มมาตั้งแต่ตอนไหน
ฉันสับสนไปหมด ไม่รู้อะไรทั้งนั้น
เหมือนกับเดินอยู่ในที่มืดสนิท
เหมือนกับคนตาบอด
อยากปฏิเสธความเป็นจริงทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า
อยากคว้าเธอมากอด แล้วบอกเธอว่า ฉันรักเธอแค่ไหน
...แต่...
ฉันก็ไม่กล้าพอที่จะทำแบบนั้น
ฉันคงเลวไม่พอที่จะทำร้ายความรู้สึกของใครๆ
แค่เผลอใจไปรักเธอ ฉันก็ผิดมากพอแล้ว
***** ***** ***** ***** ***** *****
อยากร้องไห้ แต่น้ำตามันไม่ไหล
อาการนี้ใช่ไหม ที่เขาเรียกกันว่า "น้ำตาตกใน"
***** ***** ***** ***** ***** *****
เอาเนื้อเพลง "ความรักทำให้คนตาบอด" ของบอดี้สแลม
มาแทนความรู้สึกดีกว่า...โดนใจจริงๆ
รู้...ว่ามันไม่สมควร ที่ยังกวนหัวใจเธอ
ฉันขอโทษที
รัก...และยังคงหวังดี ทั้งที่ไม่มีสิทธิ์
เพราะความจริง เธอก็มีเขา...คนนั้น
เป็นคนที่สำคัญกว่า
มันอาจจะผิดที่เป็นอย่างนี้
ที่มันยังรักเธอจนสุดหัวใจ
เมื่อรู้ว่าไม่มีทาง แต่ฉันก็ไม่ตัดใจ
เหมือนคนไม่รู้ตัว
มันอาจจะถูกที่ใครบอกไว้
ความรักมันทำให้ตาบอด
จนมองไม่เห็นความจริง
ว่าฉันเป็นใคร ทำให้ไม่เข้าใจ
ทำไมยังรักแต่เธอ
รู้ ควรจะหักห้ามใจ
หากทำได้ง่ายดาย
ฉันก็คง ไม่ต้องสับสน อย่างนี้
จบๆไปเสียดีกว่า
มันอาจจะผิดที่เป็นอย่างนี้
ที่มันยังรักเธอจนสุดหัวใจ
เมื่อรู้ว่าไม่มีทาง แต่ฉันก็ไม่ตัดใจ
เหมือนคนไม่รู้ตัว
มันอาจจะถูกที่ใครบอกไว้
ความรักมันทำให้ตาบอด
จนมองไม่เห็นความจริง
ว่าฉันเป็นใคร ทำให้ไม่เข้าใจ
ทำไมหมดทั้งหัวใจ
มันยังคงรักแต่เธอ
(ถ้าความรักทำให้คนตาบอดได้จริง ฉันควรไปขายลอตเตอรี่ดีไหม?)
6月1日 เชื่อเรื่องพรหมลิขิตไหม?เป็นคำถามดูพื้นๆนะ
แต่เมื่อคิดตามดีๆแล้ว มันก็มีสาระลึกซึ้งเอาการ
พรหมลิขิตของฉัน
ไม่ใช่แค่การได้พบคนที่จะมาเป็นคู่รัก(ซึ่งฉันยังไม่มี)
การได้รู้จักเพื่อนใหม่ คนร่วมงานใหม่
แม้กระทั่งเพื่อนที่ฟิตเนส หรือเพื่อนที่ชอบดาราคนเดียวกัน
ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องของ พรหมลิขิต ทั้งสิ้น
ตอนนี้ ชีวิตของฉันกำลังมีสีสันขึ้นมาอีกครั้ง
เพราะได้กลับมา คึกคัก กับการทำวงอีกรอบ
ซึ่งเป็นวงที่เกิดจาก พรหมลิขิต เหมือนกัน
...เกือบสิบปีที่แล้ว ฉันได้เจอกับพี่โอ๋...
แล้วพวกพี่โอ๋ก็รับฉันเป็นนักร้องของวง
...เกือบห้าปีที่แล้ว ฉันได้เจอกับ อิส และ ชิน...
น้องๆที่น่ารัก ที่สอนให้ฉันรู้ว่า
มิตรภาพต่างวัยเป็นอย่างไร
หลังจากนั้นไม่นาน...คงเป็นพรหมลิขิตอีกนั่นแหละ
ที่บันดาลใจให้ฉันกดโทรศัพท์ไปชวนพี่โอ๋มาเจอกับน้องๆ
และล่าสุด พรหมลิขิต(อีกแล้ว)
ก็พาให้พี่โอ๋ชวนเน...ที่เคยดูฉันกับพี่โอ๋เล่นคอนเสิร์ตเมื่อ 8 ปีก่อนมาร่วมวง
และชิน...ชวนศิ เพื่อนที่เคยเล่นดนตรีด้วยกัน มาเล่นเพลงของเอ็กซ์
...กับคนหน้าเดิม บวกกับคนหน้าใหม่...
และการSession ที่ไม่ใช่การเล่นแบบกลางๆ แกนๆ แห้งแล้งจืดชืด
ฉันรู้สึกได้ว่า ทุกคนเอา "ใจ" มาเล่นด้วยจริงๆ
ไม่ใช่แค่เรื่องดนตรีเท่านั้นที่ออกมาดี
แต่ "ความเป็นคนจิตใจดี" ของแต่ละคน ก็ทำให้การซ้อมเป็นไปแบบกันเอง อบอุ่นด้วย(^^)
ทุกนาทีที่อยู่ในห้องซ้อม
ทุกรอยยิ้มที่เราส่งให้กัน ไม่ว่าจะบังเอิญ หรือตั้งใจ
ทุกตัวโน้ตที่พวกเราเล่น
ทั้งหมด ล้วนมาจาก พรหมลิขิต ทั้งสิ้น
อยากบอก...ว่าดีใจที่พรหมลิขิตพาพวกเรามาเจอกันจ้ะ
พวกเรามาพยายามด้วยกันนะ !
4月26日 ความเหมือนของแบยองจุนกับฉัน-_-"วันนี้ก็นั่งดูหนังช่องสามเหมือนเคย ทัมต๊อกโตแล้ว ยิ้มได้น่าร้ากกกกมากกกกกก หนังจบ ก็มาเปิดดูรูปต่อ ก็ให้บังเอิญไปเจอรูปสมัยหนุ่มๆของพี่เบแกเข้า เอ๊ะๆๆ "ฟัน" แกไม่ยักกะเหมือนตอนนี้ นั่นเลยทำให้ฉันรู้ว่า พี่เบสุดที่เลิฟก็ "จัดฟัน" มาก่อน ความเหมือนของพี่ยงจุนกับฉันก็คือ "จัดฟัน" เหมือนกันนี่เอง เอ่อ...ว่าแต่ พี่ยงจุนขา รีเทนเนอร์น่ะ พี่ต้องใส่บ่อยๆนะคะ เพราะฟันพี่เริ่มจะเคลื่อนอีกแล้ว -_-" ว่าแล้วตัวเองก็หันไปหยิบรีเทนเนอร์มาสวมบ้าง เดี๋ยวฟันจะไม่เสียว...เอ๊ย ฟันจะไม่สวยเหมือนพี่ยงจุน 4月19日 Thumbdriveกุหายวะค่ะวันนี้กลับถึงบ้าน
ก็เจอเรื่องเซอร์ไพรส์เลย
**********
เนื่องจากเกิดอารมณ์อยากจะซ้อมไวโอลินอย่างบอกไม่ถูก
เลยไปคว้าไวโอลินเคสมาเปิด
ตั้งสายลูกสุดที่รักเสร็จ เอาคันชักมาสีลองเสียง
อุวะ...ยังไม่ได้ชัดยางสน(ไม่ได้เล่นมานานมากกกก)
พอจะหันไปหากลักยางสนเท่านั้นล่ะ
สายตาไปปะทะเข้ากับพลาสติกเปล่าๆที่เคยมีทัมบ์ไดรฟ์ความจุ หนึ่ง กิกกะไบท์อยู่ในนั้น...
เฮ้ยยยยยยยยยยยย
ทัมบ์ไดรฟ์กุหายวะค่ะ
อันนี้เดี๊ยนมั่นใจมาก เพราะตั้งแต่มันแถมมากับโน้ตบุคที่เพิ่งซื้อ
ยังไม่เคยแกะออกมาจากพลาสติกเลย
เวร...เอ๊ย ดิชั้นถึงขั้นสบถในใจ
แล้วแม่งยังอุตส่าห์เหลือแพกเกจไว้เยาะเย้ยกูอีกนะ t(-_-t)
แม้จะมีตัวปัจจุบัน ความจุ สอง กิกกะไบท์ ใช้อยู่แล้ว
แต่ก็ยังโมโหอยู่ดี
คนเอาไปคงไม่ใกล้ไม่ไกล
คิดว่าไม่รู้หรือไงวะ? ฮึ่ยยยยย ห้องกุรกปานนี้ยังจะเข้ามาแฮปอีก
(แต่ขอโทษ รกยังงี้จำได้หวะค่ะ ว่าของอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง)
มาขอกันดีๆ ยังจะดูดีกว่า
ใครขโมยกุแช่งวะค่ะงานนี้ ไม่เห็นแก่หน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น!!!
4月15日 To love you moreTake me back in to the arms I love
Need me like you did before Touch me once again And remember when There was no one that you wanted more Don't go you know you will break my heart She won't love you like I will I'm the one who'll stay When she walks away And you know I'll be standing here still I'll be waiting for you Here inside my heart I'm the one who wants to love you more You will see I can give you Everything you need Let me be the one to love you more See me as if you never knew Hold me so you can't let go Just believe in me I will make you see All the things that your heart needs to know I'll be waiting for you Here inside my heart I'm the one who wants to love you more You will see I can give you Everything you need Let me be the one to love you more And some way all the love that we had can be saved Whatever it takes we'll find a way I'll be waiting for you Here inside my heart I'm the one who wants to love you more You will see I can give you Everything you need Let me be the one to love you more 玉置さん
貴方のために永遠にこの歌を届ける
4月13日 Into the sun...กับคำสอนของครูพรต(เพลงประกอบวันนี้...Into the sun ของ Luna Sea)
วันนี้เป็นอีกวันที่ "ร้อนสาดๆ"
ขนาดอาบน้ำ ประแป้งเย็นแล้ว ก็ยังเอาไม่อยู่
เหมือนกับอาศัยอยู่บนดวงอาทิตย์ก็ไม่ปาน
หรือไม่งั้นก็คงเป็นดาว "ครีเมโทเรีย" ในเรื่อง ริดดิค แหงๆ -_-"
(ร้อนมาก ก็เริ่มฟุ้งซ่าน ใกล้บ้าเข้าไปอีกสเตป)
ร้อนๆอย่างงี้ ต้องแก้ร้อน ด้วยการฟังเพลงร็อค
บางคนอาจคิดว่าไม่เกี่ยว แต่สำหรับฉัน มันก็ช่วยได้เยอะเหมือนกัน
*********************
ช่วงนี้มีเรื่อง...หลากหลายให้คิด
ขณะที่ฉันพยายามดับร้อนด้วยเพลงของหนุ่มๆวงLuna Sea
คำพูดประโยคหนึ่งของครูพรต ครูสอนไวโอลินที่สอนฉันกับเพื่อนๆเมื่อ 10 ปีที่แล้ว
ก็แว่วเข้ามาในหัว
"ตัวโน้ตที่ผ่านไปแล้วและเธอเล่นไม่ทัน ก็ปล่อยไป ไม่ต้องสนใจ เล่นโน้ตตัวถัดไปต่อได้เลย"
ไม่น่าเชื่อว่าคำพูดประโยคนั้นของครูจะเป็นปรัชญาในการใช้ชีวิตได้ด้วย
ครูคะ ขอบคุณครูมากๆค่ะ
ที่สอนให้ลูกศิษย์หัวขี้เลื่อยคนนี้ ได้เข้าใจทั้งเรื่องดนตรี และเรื่องการใช้ชีวิต
**********************
สงกรานต์นี้ จะแปลงานที่รับค้างไว้ให้เสร็จแหละ
สู้ๆๆ แปลงานเสร็จแล้วจะนัดซ้อมวงละ
เตรียมโหด+เท่อีกรอบแล้ววุ้ยยย
4月12日 อยากจบ...แต่คนบางคนไม่จบ(เพลงประกอบวันนี้...หญิงร้าย ชายเลว ของ ปาน ธนพร...ไม่ค่อยเกี่ยวเท่าไหร่ แต่อยากฟัง)
ว่าจะไม่...ไม่แล้วเชียว
แต่ก็เอาอีกจนได้
... ... ... ... ... ... ... ... ... ...
เมื่อวันก่อนฉันได้เข้าไปดู ในที่ที่นึงโดยบังเอิญ
แล้วก็ได้เห็น "ใคร" คนนึง
เห็น ข้อความ ของใครคนนั้น
รู้สึกว่าจะมีประโยคที่ "แขวะ" มาถึงฉันด้วย
ทั้งที่ตอนแรกว่าจะไม่คิด
แต่แล้ว ความเป็นมารในตัวฉัน ก็ผลักให้ฉันคิดจนได้
"อยากได้ใช่ไหม ได้เลย"
ในเมื่อฉันบอกว่า "จบ" แล้ว
แต่บางคน ไม่ยอมจบ
ก็เอาสิ...เชิญเชื่อไปแบบนั้น
ถ้าคนที่เปิดเผย พูดความจริง จะกลายเป็น นางมาร
ฉันก็ยินดีที่จะเป็น
รับไม่ได้จริงๆที่จะต้องเสแสร้งทำตัวเองเป็นสิ่งที่คนอื่นมองว่าเป็น "คนดี"
... ... ... ... ... ... ... ... ... ...
นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆที่ฉันจะคิด จะพูดถึงเรื่องนี้
4月6日 Tonight...หนึ่งคืนของฉันกับชาย เก้า คนอ้าหหหห์ มันช่างเป็นอะไรที่...เร่าร้อน เร่าร้อน จนฉันเผลอส่งเสียงตามเขา และเขา และเขา ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทุกการเคลื่อนไหว ทุกจังหวะที่พวกเขามอบให้ มันช่าง...เร้าใจรัญจวน จนฉันอดขยับตามไม่ได้ ...อะไรมันจะสุข อิ่มเอม ได้เท่านี้อีกเล่า... ใครจะรู้นะ ว่าคืนนี้มีผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังมีสวรรค์ลับๆ ...กับผู้ชาย เก้า คน... ***************** ถ้าใครหลงมาอ่านเอนทรี่วันนี้ เห็นหัวข้อกะข้อความข้างบน คงคิดว่าฉันไปทำอะไรมิดีมิร้าย(ที่จริงต้องบอกว่าอะไรดีๆเด่ะ) กับผู้ชายหลายคนมา(เป็นหมู่คณะ ชอบอ่ะดี๊ อิอิ) คือที่จริงฉันเพิ่งได้แผ่นคอนเสิร์ตล่าสุด ของX-japan กะ Luna Sea มาอ่ะ กระหน่ำนั่งดูมาค่อนคืนแล้ว เผลอร้องตามซะหลายเพลง บางเพลงเต้นตามด้วย ก็แหม...เพลงมันส์ขนาดนั้น มันก็ต้องมีอารมณ์ร่วมเป็นธรรมดา ขนาดตอนนั่งพิมพ์เอนทรี่นี้ ยังเปิดดูไปด้วยเลย โอ๊ยยย ชอตพี่อิโนรันยิ้มนี่...ใจละลายมากก แต่แอบมีชอตที่ป้าหงิหอมอิโนะด้วยอ่ะ ชิ...แอบวายนะลุง 4月2日 ไม่ยอมเสียเธอ...ตัวตนของตัวเองกลับจากทะเลมาเรียบร้อย
ด้วยความสบายใจไปอีก หนึ่ง ระดับ
ได้คุย ได้ฮา ได้เมา กับเพื่อนพี่น้องที่ทำงานเก่า
ก็รู้สึกเป็นสุขใจ เรื่องกลุ้มใจที่เจอก่อนหน้านี้ก็เบาบางไป
แต่วันนี้ พอเข้าใช้เนท
จู่ๆก็คิดเรื่องนั้นขึ้นมาอีก
คิดได้อยู่แวบนึง ก็มีเสียงอีกเสียงในสมองค้านขึ้นมาว่า
"จะคิดถึงทำไมอีก คนที่ทำให้เธอสูญเสียความเป็นตัวเองขนาดนั้น?"
เสียงนั้นทำให้ฉันรู้สึกตัวขึ้นมาได้
ขอโทษ ที่ฉันรัก แคร์เธอได้ไม่พอ
เพราะฉันกลัวจะสูญเสียตัวของตัวเองไป...ก็เท่านั้น
จากนี้ไป ฉันคงไม่คิด และไม่เป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อนอีกแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเธอหรือเรื่องของ "ใคร" ก็แล้วแต่
เพราะสิ่งที่ฉันไม่อยากให้เกิดขึ้นในชีวิตมากที่สุด
คือ การสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง 3月28日 เที่ยวทะเลกะเพื่อนๆ(เพลงประกอบวันนี้...kokodewanai dokoka e ของ Glay)
วันนี้แอบเขียนสเปซในที่ทำงาน อิอิอิ
เนื่องจากคืนนี้ไม่ได้กลับบ้าน
ต้องไปค้างบ้านพี่หมิง ล่ามรุ่นพี่ที่เคยทำงานที่เก่าด้วยกัน
เพราะพรุ่งนี้ต้องออกจากกรุงเทพแต่เช้า
ไปชลบุรี
พวกเราทั้ง 22 คนจะไปเที่ยวเกาะค้างคาวด้วยกัน
นับเป็นเรื่องน่าแปลกอยู่อย่างนึงสำหรับฉัน
ก็คือ...เวลานัดไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนที่ทำงาน
ก่อนนัด มักจะมีเหตุให้ฉันต้องกลุ้มใจเสียทุกที
คราวนี้ก็เหมือนกัน เพียงแต่เนื้อหามันคนละแบบกะครั้งก่อนๆเท่านั้น
พยายามที่จะไม่คิดถึงแล้ว
และคิดว่า ตอนที่ไปเที่ยวเกาะ
ก็คงจะเอาความรู้สึกทั้งหมด ไปทิ้งที่นั่น
**********
เมื่อวาน ตอนค่ำ
น้องอุ๋ยโทรมาเม้าท์
"ดีใจจัง ได้ไปเที่ยวกับพี่อ้อมอีกแล้ว"
เสียงใสๆที่มาตามสาย ทำให้ฉันพลอยยิ้มตามไปด้วย
พร้อมกับความรู้สึกที่ว่า "จริงสินะ โลกนี้ คนที่ยังรู้สึกดีๆกับฉัน ก็มีอีกตั้งเยอะ"
การที่เรารู้สึกว่า คนๆนึงเป็นเหมือนชีวิตเราทั้งชีวิต
พอคนๆนั้นตัดขาด ออกไปจากชีวิตเรา เราก็แทบขาดใจ
มันคง...เป็นเรื่องที่แย่มาก เหมือนกับเรา มองโลก แคบเกินไป
**********
ขอบคุณน้องอุ๋ยนะจ๊ะ
แม้จะรู้ว่าอุ๋ยอาจไม่ได้เข้ามาอ่านสเปซนี้
แต่อุ๋ยรู้ไหมว่า...แค่คำพูดง่ายๆสั้นๆประโยคนั้นของอุ๋ย
มันช่วย "ต่อชีวิต" ของพี่ได้ราวกับปาฏิหารย์
มันทำให้พี่เปิดตามองโลกในมุมที่กว้างขึ้น
ช่วยให้พี่กลับมาเป็น "คนเดิม"
...เป็นผู้หญิงติงต๊อง+ขวานผ่าซากคนนั้น...
**********
แล้วไปเม้าท์กันที่เกาะนะจ๊ะ 3月26日 Gravity...เพลงเศร้าแบบเลือดเย็นที่เขียนโดยคนเย็นชาวันนี้ไม่มีเพลงประกอบให้ฟัง
เพราะเนื้อหาที่จะเอามาลงคือ คำแปลของเนื้อเพลง
มันคือเพลง Gravity ของวง Luna Sea
ที่ In Silenceเพื่อนของฉันเคยแปลไว้เมื่อหลายปีก่อน
คนแต่งทั้งเนื้อร้องและทำนองคือ Inoran มือกีตาร์ของวง
คนที่มีภาพลักษณ์ออกจะเย็นชา(ในความรู้สึกของฉัน)
J มือเบสวงนี้เคยให้สัมภาษณ์ว่า
"เนื้อหาเพลงเหมือนกับการรำพันของคนที่ตัวเองรู้สึกว่าถูกทำร้ายอย่างเลือดเย็น"
*************************************************************
บนถนนที่อาจหลงลืม
กลิ่นอายของเม็ดฝนพัดเอาความหลังครั้งเก่ากลับมายังเมืองที่กำลังดำเนินต่อไป
ใบหน้าอันเลือนลางของเธอนั้นไม่อาจทำให้ฉันรู้สึกอะได้...แม้เพียงถอนหายใจ
หากแต่ปล่อยใจไปกับความคิด
ภายใต้ท้องฟ้าในที่แห่งนี้ไม่มีอะไรจะมาฉุดรั้งฉันไว้ได้
ลาก่อน ฉันต้องผจญกับความเศร้าต่อไปอีกนานเท่านาน
ลาก่อน ขอเพียงเธอยิ้มให้ฉันตลอดไป...ในความทรงจำก็พอ
ภาพเงาของเราสองคนที่สะท้อนบนกระจกสร้างบาดแผลให้ทุกคราที่เห็น
ฉันกำคำตอบอันว่างแปล่าเอาไว้แล้วตะโกนออกไป
คำสัญญาที่มีต่อกันนั้น ทำให้ฉันเข้มแข็ง
แม้ปีกแก้วที่เปราะบางก็ยังสามารถโบยบินไปได้
ลาก่อน ฉันต้องผจญกับความเศร้าต่อไปอีกนานเท่านาน
ลาก่อน ขอเพียงเธอยิ้มให้ฉันตลอดไป...ในความทรงจำก็พอ
ลาก่อน ฉันต้องผจญกับความเศร้าต่อไปอีกนานเท่านาน
ลาก่อน ขอให้เธอมีความสุขตลอดไป
หลับตาลงแล้วจมอยู่กับความเศร้าตลอดไป
ขออย่าให้เธอต้องเปียกปอนด้วยน้ำฝนอันเย็นเยียบ
หลับตาลงแล้วจมอยู่กับความเศร้าตลอดไป
ทำร้ายจิตใจกันให้แตกสลายแล้วกอดฉันไว้ตลอดไป
...อยู่กับความเศร้าตราบนานเท่านาน...
********************************************
ฉันคงชอบฟังเพลงนี้ไปอีกนานทีเดียว
3月25日 เพราะรักเพลงประกอบวันนี้...It's raining ของRAIN
หลังจากที่รู้สึกว่าตัวเองทรมานทางความรู้สึกอยู่หลายวัน
วันนี้ก็ปลอดโปร่ง สบายใจแล้ว จนแทบจะลุกขึ้นมาโชว์สเตปแบบ มาย เนม อีส เรนนนน
พร้อมกับความเข้าใจที่ดีขึ้น มากขึ้น
บอกแล้วว่าคนรักกัน ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกัน ไม่ผิดที่คิดต่างกัน
แต่การไม่สื่อสารกันตรงๆต่างหาก ที่ทำให้คนรักกันไม่เข้าใจกัน
คราวนี้นับว่าเป็นการเรียนรู้การใช้ชีวิต อีก 1เคส สตัดดี้(ออกเสียงไทยไปป่าว?)
รักนะตะเอง จุ๊บๆ(คว้าหมับจับจูบแบบนายหัวหิดริด)
ใครจะเป็นยังไง ฉันก็ไม่สน
ขอให้เธอรู้ว่า "ฉันแคร์" แค่นั้นก็พอแล้ว
เด๋วหลังจากที่แปลงานเอาตังค์เสร็จ จะแต่งเรื่องของ "หนุ่มเซนริ" ต่อ
เพื่อสนองนี๊ดของตัวเองและอีก 1 สาว หุๆๆๆ(หัวเราะแบบมีเลศนัย)
จะแต่งแนวไหนดีน้อ?
จะเอาไปขยายพล็อตแล้วส่งประกวดทมยันตีอวอร์ดด้วยดีมะ?
ที่จริงก็ไม่ได้อยากประกวดหรอก
เพียงแต่มองว่ามันเป็นโอกาสที่จะได้ใช้งานที่มาจากความชอบของตัวเอง
เพื่อหาเงินไว้ให้แม่รักษาตัวเท่านั้น...ถ้าเข้ารอบได้รางวัลอ่ะนะ
(แอบเห็นแก่เงิน กรั่กๆๆๆ)
ท้ายนี้...ก็ขอบอกว่า...
รักพ่อ รักแม่ รักอาท(น้องชาย) รักเพื่อนๆ รักทุกคนที่โชคชะตาส่งมาให้เจอกัน
(จบนางงามหวะ เสียคอนเซปต์สาวร็อคหมดเลยยยย -*-)
3月23日 จะเอาอย่างนั้นก็ได้...ถ้าเธอต้องการ(เพลงประกอบวันนี้...ความรักทำให้คนตาบอด ของโรส)
เคยไหม ที่รักใครสักคนมากๆ
ไม่ต้องเป็นแฟนหรอก แค่เป็นเพื่อนก็ได้
ถ้าเคยรักใครมากขนาดนั้น เราคงไม่มีอะไรที่จะปิดบังเขาหรอก
น่าแปลกนะ กับการ เจ็บ จากรอยร้าวในความสัมพันธ์ของเพื่อน
มันทำให้ ทรมาน เสียยิ่งกว่ารอยร้าวในความสัมพันธ์ฉันคนรัก
...หรือฉันรักเธอมากจนเกินไป...
จนไม่คิดว่าเธอจะมี "มุมส่วนตัว" ของเธอ
ฉันคงไม่รู้สึก "ร้าว" ถ้าเธอจะมาบอกฉัน ว่าเราคิดไม่ตรงกัน
หรือแม้กระทั่ง เรื่องอื่นๆที่เธอกลัวว่าถ้าฉันรู้ มันจะทำร้ายจิตใจฉัน
รู้ไหม ว่าการรู้จากปากของเธอแม้จะรู้เมื่อมันผ่านไปแล้ว
มันก็ดีกว่าที่จะให้ฉันรู้...ด้วยตัวเอง
เพราะคนรักกัน ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรเหมือนกันหมด
สำหรับสิ่งที่ฉันเขียน ฉันพูด ไว้ ไม่ว่าตรงไหนก็แล้วแต่
ฉัน จะ ไม่กลับคำเป็นอันขาด
เพราะมันเป็นความรู้สึกที่แท้จริงของฉัน ณ เวลาที่เขียน ที่พูดตอนนั้น
และบอกเลยว่าจะไม่ ลบ มันออกด้วย
ฉันยินดียืดอกรับในสิ่งที่ตัวเองทำเสมอ ไม่ว่ามันจะผิดหรือถูก
ทุกอย่างที่ฉันเคยมี เคยทำไว้...ที่เกี่ยวกับเธอ
ฉันจะคงมันไว้อย่างเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงใดๆทั้งสิ้น
...เพราะเธอคือความทรงจำอันมีค่าของฉัน...
ถ้าจะบอกว่า ฉันเข้าใจผิด
ก็ขอให้อธิบายออกมาตรงๆ ฉันรับฟังได้ทุกอย่าง
ท้ายนี้ อยากจะบอกสักครั้ง
แม้ว่าฉันจะเคยเขียนคำว่า "ทรยศ"
แต่ฉันไม่ได้รู้สึกเกลียดเธอแต่อย่างใด
แม้กระทั่งตอนที่กำลังพิมพ์ข้อความบรรทัดนี้
...แค่ผิดหวังที่ตัวเองทุ่มเทหัวใจให้มากเกินไป ไม่เผื่อใจไว้เจ็บเลย...ก็เท่านั้น...
The end of the day(เพลงประกอบวันนี้...อกหัก ของ บอดี้สแลม)
หลังจากที่ไปนอนนอกบ้าน 2 คืน
ฉันก็กลับเข้ามาบ้าน
ส่วนสาเหตุที่ทำให้ไปนอนนอกบ้านน่ะเหรอ
ฮึๆๆ ไม่อยากพูดถึง
แต่ถ้าจะให้ถ่ายทอดออกมาเป็นคำสั้นๆ
มันคงเป็นคำว่า "เสียศูนย์"
การที่คนเราจริงใจกับใครสักคน
เราคิดว่าเขาคนนั้นเป็นเพื่อน เป็นพวกเดียวกับเรา
เราเปิดเผย ทุกอย่าง
แต่สุดท้าย เรากลับพบว่า
คนคนนั้นไม่ได้ "เปิดเผย" กับเราเหมือนที่เราทำกับเขา
เราจะรู้สึกอย่างไร?
สุดท้าย คนจริงใจจะต้องกลายเป็น "ควาย" เสมอๆอย่างนั้นหรือ?
3月17日 โปรดอย่าทำให้ฉัน...รักเธอ(นิยายสั้น ซ้อมมือ) สายตาเหม่อๆ ทอดมองออกไปไกล...จนเกือบสุดปลายสายตา
จุดหมายคือ หอส่งสัญญาณสูงลิบลิ่วของสนามบิน
...ทำไมถึงทำแบบนั้น...
...ทำไมถึงพูดแบบนั้น...
ในคืนฝนพรำ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
เขาพาเธอวิ่งฝ่าสายฝน เข้าไปหลบในบ้านหลังเล็ก...ริมชายหาด
ลุงใจดีเปิดให้เข้าไปหลบฝนโดยเข้าใจว่า ทั้งสองเป็นคู่รักกัน
"ผมขอโทษ ที่พาคุณเดินเล่นริมหาดเสียเพลินจนมาไกล กลับที่พักไม่ทันฝนลงเม็ด"
เขายื่นผ้าเช็ดตัวมาให้เธอ ครั้นพอเห็นเธอยืนนิ่ง เขาก็เป็นฝ่ายเข้ามายืนด้านหลังเธอ
แล้วบรรจงใช้ผ้าขนหนูเช็ดผม
สัมผัสนั้น ทำให้หญิงสาวยิ่งนิ่ง ทำอะไรไม่ถูก
ครั้นจะปัดมือเขาออก ก็ให้รู้สึกเสียดาย...
ความอบอุ่นจากมือใหญ่ที่แผ่ละไอผ่านผืนผ้าเนื้อนุ่ม
"คุณ..." ชายหนุ่มเรียกชื่อหล่อน
จากนั้น อาการเคลื่อนไหวบนเรือนผมก็หยุดลง
แต่หญิงสาวกลับสัมผัสได้ถึงมืออบอุ่นที่สอดลอดเอวเข้ามา
แผ่นหลังบอบบางถูกรั้งเข้าไปชิดแผ่นอกกำยำ
กลิ่นโคโลญจน์แบบบุรุษกำจายปนเปกับกลิ่นไอฝน
เสียงฝนยังคงดังซัดซ่าตามความแรงของกระแสลม
ผสมกับเสียงคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งไม่ขาดตอน
แต่เสียงเหล่านั้นเทียบไม่ได้เลยกับเสียงหัวใจของทั้งเขาและเธอ
ใจหนึ่งนั้นก็คิด ว่าเขาอาจจะพูดอะไรบางอย่างต่อ...
บางคำที่อาจเปลี่ยนชีวิตเธอและเขาไปตลอดกาล
อีกใจหนึ่ง ก็นึกหวั่นนัก ว่าเขาอาจต้องการอะไรสักอย่าง
"อะไร" ที่เธอคิดว่าชั่วชีวิตนี้เธอจะไม่มีวันยอมให้ใครง่ายๆ
ความคิดสองด้านกำลังต่อสู้กันอยู่ในตัวเธอ
เธอจึงนิ่ง...รอดูปฏิกิริยาต่อจากเขา
และในที่สุด...เขาก็ปล่อยเธอออกจากอ้อมกอดอย่างนุ่มนวล
พร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอทุ้มแผ่ว แล้วเอ่ยเป็นภาษาของเขาเบาๆ
แต่ก็พอจับใจความได้ว่า
"ใจแข็งไม่เบา"
ย่ำรุ่งวันใหม่ เธอกลับมาที่พักพร้อมกับเขา
โดยที่ทั้งคู่...ยังเหมือนเดิม
การแตะต้อง สัมผัสกันมีเพียงการเช็ดผมให้หญิงสาวเท่านั้น
แล้วสามวันหลังจากนั้น ชายหนุ่มก็บินกลับประเทศของตน
สายตาคู่เดิม ยังคงทอดมอง นิ่ง...นาน...ไปยังหอส่งสัญญาณเดิม
ราวกับจะส่งความถามไปกับกระแสลมที่อาจพัดผ่านหอนั้น ทอดยาวไปยังดินแดนอันไกลโพ้น
...ทำไมถึงทำแบบนั้น...
...ทำไมถึงพูดแบบนั้น...
...ที่ทำแบบนั้น เธอทำไปเพราะรักฉันหรือเปล่า...
ริมฝีปากของหล่อนขมุบขมิบแต่ไม่มีเสียงลอดออกมา
"เซนริ"
...อย่ามองตาได้ไหม ถ้าเธอไม่แคร์
...อย่าจูงมือได้ไหมถ้าเธอไม่รัก
...อย่าบอกว่าคิดถึงถ้ามันไม่จริง
...โปรดอย่าทำให้ฉัน...รักเธอ...
~จบ~
|
|
|