aom's profileSheelacat's ShelterPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    June 28

    Gravity...เพลงโปรด(เอามารีรันได้อีก)

    เคยเอามาลงแล้วเมื่อปีก่อน

     

    ปีนี้ก็ยังชอบอยู่

     

    แม้สถานการณ์จะเปลี่ยนไป...คนคนนั้นจะเปลี่ยนไป

     

    แต่เพลงนี้ก็ทำให้ฉันเข้มแข็งได้อีก...แม้รสชาตความขมขื่นจะยังเจืออยู่ในทุกความรู้สึก

     

     คำแปลเพลง  Gravity ของวง Luna Sea

     

    ที่ In Silenceเพื่อนของฉันเคยแปลไว้เมื่อหลายปีก่อน

     

    คนแต่งทั้งเนื้อร้องและทำนองคือ Inoran มือกีตาร์ของวง

     

    คนที่มีภาพลักษณ์ออกจะเย็นชา(ในความรู้สึกของฉัน)

     

    J มือเบสวงนี้เคยให้สัมภาษณ์ว่า

     

    "เนื้อหาเพลงเหมือนกับการรำพันของคนที่ตัวเองรู้สึกว่าถูกทำร้ายอย่างเลือดเย็น"

     

    *************************************************************

     

    บนถนนที่อาจหลงลืม

     

    กลิ่นอายของเม็ดฝนพัดเอาความหลังครั้งเก่ากลับมายังเมืองที่กำลังดำเนินต่อไป

     

     

     

    ใบหน้าอันเลือนลางของเธอนั้นไม่อาจทำให้ฉันรู้สึกอะไรได้...แม้เพียงถอนหายใจ

     

    หากแต่ปล่อยใจไปกับความคิด

     

    ภายใต้ท้องฟ้าในที่แห่งนี้ไม่มีอะไรจะมาฉุดรั้งฉันไว้ได้

     

     

     

    ลาก่อน ฉันต้องผจญกับความเศร้าต่อไปอีกนานเท่านาน

     

    ลาก่อน ขอเพียงเธอยิ้มให้ฉันตลอดไป...ในความทรงจำก็พอ

     

     

     

    ภาพเงาของเราสองคนที่สะท้อนบนกระจกสร้างบาดแผลให้ทุกคราที่เห็น

     

    ฉันกำคำตอบอันว่างแปล่าเอาไว้แล้วตะโกนออกไป

     

     

     

    คำสัญญาที่มีต่อกันนั้น ทำให้ฉันเข้มแข็ง

     

    แม้ปีกแก้วที่เปราะบางก็ยังสามารถโบยบินไปได้

     

     

     

     

    ลาก่อน ฉันต้องผจญกับความเศร้าต่อไปอีกนานเท่านาน

     

    ลาก่อน ขอเพียงเธอยิ้มให้ฉันตลอดไป...ในความทรงจำก็พอ

     

    ลาก่อน ฉันต้องผจญกับความเศร้าต่อไปอีกนานเท่านาน

     

    ลาก่อน ขอให้เธอมีความสุขตลอดไป

     

     

     

    หลับตาลงแล้วจมอยู่กับความเศร้าตลอดไป

     

    ขออย่าให้เธอต้องเปียกปอนด้วยน้ำฝนอันเย็นเยียบ

     

    หลับตาลงแล้วจมอยู่กับความเศร้าตลอดไป

     

    ทำร้ายจิตใจกันให้แตกสลายแล้วกอดฉันไว้ตลอดไป

     

     

     

    ...อยู่กับความเศร้าตราบนานเท่านาน...

     

     

    ********************************************

     

    ฉันคงชอบฟังเพลงนี้ไปอีกนานทีเดียว

     

     

    February 24

    เหนื่อย...จนอยากเลิกมองดวงจันทร์

    รู้ไหม
     
    ว่าการที่ต้องคอยทำดีกับใครสักคนเพราะรัก
     
    แต่คนคนนั้นกลับไม่เคยตอบรับความรู้สึกของเราเลย
     
    หนักหนาไปกว่านั้น คือใช้ความรักที่เราให้เขา
     
    เป็นบันได เป็นประตู หรือเป็นอะไรก็แล้วแต่
     
    ที่ทำให้เขาได้ในสิ่งที่ต้องการ
     
    ...รู้ไหมว่า การเป็นแบบนั้น มันเหนื่อย...
     
    ยิ่งรู้ว่าเขาเหมือนมีใจให้กับคนอื่น
     
    ยิ่งอยาก...ร้องไห้
     
    อยากถามดังๆ ว่าฉันเลวนักหรือ เขาถึงให้ใจรักไม่ได้
     
    อยาก...จบทุกอย่าง ลืมทุกอย่าง
     
    ย้อนกลับไปวันวาน ประหนึ่งว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเรา
     
    ที่ที่เคยไปกินข้าวด้วยกัน เดินซื้อของด้วยกัน
     
    เพลงที่เขาเคยสอนให้เล่น
     
    เหนื่อยใจ...จนอยากลืมให้หมด
     
    แต่ในเมื่อความจำเป็นบีบให้เรายังเจอกันอยู่
     
    ฉันจึงลืมไม่ได้...จะลืมได้ยังไง
     
    ทันทีที่เห็นหน้าเขา ความทรงจำต่างๆก็ไหลวนเชี่ยวกรากในใจ
     
    การถอยออกมาดูแลเขาห่างๆ คงเป็นการดีที่สุด
     
    เหมือนกับที่ใครสักคนเคยบอกฉันไว้
     
    ว่าสายสัมพันธ์ของฉันกับเขา เป็นสิ่งที่เหนียวแน่นมาก
     
    บางที อาจจะมากกว่าที่ใครๆเข้าใจด้วยซ้ำไป
     
    แต่...ให้ยังไง มันก็คงไม่ใช่ความรักแบบหนุ่มสาวใช่ไหม?
     
    ค่ำคืนนี้ ฉันคงหลับตาลงนอน
     
    ในขณะที่เขา...คงกำลังคุยโทรศัพท์กับ "ใครคนนั้น" ของเขา
     
    แล้วฉันจะหลับลงอย่างสงบใจได้ไหม?
     
     
     
     
    January 27

    ทำไมฉันต้องรอด้วย(ฟะ?)

    หุๆๆๆๆ
     
    ชีวิตมีความสุขจริงว้อย
     
    วันนี้กลับมาบ้าน กินข้าวเสร็จ
     
    ออนเอ็ม ออนสไคป์
     
    ก็มาเจอปลาทองตัวหนึ่งที่เพิ่งจะเป็นมนุษย์เวรี่ ไฮ เทคโนโลยี
     
    มันมาเลยคับ...ตูด ตู ตู๊...เสียงสายเรียกเข้าจากสไคป์
     
    เสียงปลาทองบ๊อบมาตามสายความเร็วสองเมก(กะตัน)
     
    โชว์ความเร็วของสายน่าดู (แถวบ้านเรียกขี้คุย)
     
    ทั้งร้องเพลง ทั้งเล่นกีตาร์โชว์สดผ่านสไคป์
     
    (ไม่ออนแคมฟ๊อกโชว์เต้นสดด้วยก็บุญเท่าไหร่แล้ว-*-)
     
    ระหว่างนั้นมีการเทรนการร้องเพลงผ่านสไคป์จากฉันด้วย
     
    แบบว่าเนื้อเสียงใช้ได้นะ แต่คีย์มีหลงเป็นพักๆ
     
    ต้องคอยตบๆให้เข้ามาในทาง
     
    แอบงงมัน...ว่าเป็นนักดนตรีมาได้ไงฟะ -*-
     
    หูน่าจะดีกว่านักร้องด้วยซ้ำ
     
    กะลังฟังมันร้องหลงทางเพลินๆ อยู่ๆก็มีสายเข้ามาหามัน
     
    เป็นสาวนางหนึ่งที่อยู่ในไฮไฟว์ของปลาทอง
     
    ว่าแล้วมันก็หันมาปิดไมค์...หายไปครึ่งค่อนชั่วโมง
     
    ตอนแรกฉันก็ว่าจะไปอาบน้ำ...แต่ก็เปลี่ยนใจ
     
    เดี๋ยวเกิดมันมาแล้วเรียกไม่เจอ เดี๋ยวจะโวยวายได้อีก
     
    เลยนั่งรอมันหน้าแลปทอปนี่แหละ -*-
     
    ทำไมคนอย่างฉันต้องมานั่งรอมันวะ??
     
    ระหว่างรอ ในหัวก็เริ่มฟุ้งซ่าน
     
    ว่ามันจะใช้ภาษาบ๊อบๆของมันออดอ้อนสาวไปถึงไหน...
     
    โว๊ยยยยยย!!!! ม่ายยยยย นั่นไม่ใช่กูววววววววววววว์
     
    ผ่านไปเบ็ดเสร็จ เกือบชั่วโมง...ถึงได้เปิดไมค์กลับมา
     
    บอกว่า "ออดอ้อนเสร็จแล้ว"
     
    ..."เหรออออออ อ้วกกกกกกกก" ฉันลากเสียงยาวด้วยความหมั่นใส้เต็มพิกัด
     
    แม่งงงงง ทำไมกูต้องมานั่งหวงไอ้บ้าปลาทองนี่ด้วยวะ!!!
     
    มันเป็นความสุขของกรูตรงไหนเนี่ย???
     
    แต่เอาวะ...ได้ยินเสียง ได้ร้องเพลงด้วยกันผ่านสไคป์ก็ดีแล้ว
     
    ยกนี้ยอมให้ก่อนก็ได้ฟะ...อิปลาทองเอ๊ย!!!
     
    December 29

    นิทานของคนกลัวเจ็บซ้ำ

    กาลครั้งหนึ่ง ไม่นานเท่าไหร่

    มีคนคนหนึ่ง พยายามจะผูกสัมพันธ์กับใครต่อใคร

    ทั้งที่พยายามผูกสัมพันธ์กับหลายๆคน

     
    และหลายๆคนก็ยินดีที่จะผูกสัมพันธ์กับเขา

    แต่ลึกๆ คนๆนั้นกลับกลัว...


    กลัวที่จะเจ็บปวดเพราะความรัก
     
    กลัวที่จะเจ็บซ้ำ...เหมือนกับที่เคยเจ็บ

    กลัวไปทุกอย่าง จนไม่กล้าที่จะ "รัก" ใครจริงจัง
     


    ...


    นิทานเรื่องนี้ ยังไม่มีตอนจบ


    เพราะคนที่ว่านั่น ยังมีชีวิตอยู่

    ...
    แล้วคนๆนั้นก็ไม่ใช่ฉันด้วย...


    เพราะทุกครั้งที่ฉัน เปิดใจจะผูกสัมพันธ์กับใคร

    ฉันก็ รัก คนที่ฉันเปิดใจให้จริงๆ


    แม้จะกินแห้ว อกหัก ใจสลาย


    ถึงขั้นบ่นว่าอยากตายได้วันละหลายรอบ


    แต่ฉันก็ยัง "รักที่จะรัก" อยู่ดี(มันไม่เข็ด...ว่างั้น)
     

    เพราะความรู้สึก เวลาที่รักใครสักคน(แม้จะข้างเดียวก็เถอะ)

     
    มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากเลย

    แค่คิดถึงใครคนนั้น แก้มฉันก็ป่องเป็นปลาทองแล้ว


    (
    แบบว่าอมยิ้มไง...อมยิ้ม)

    ...
    แม้ความรักของฉันจะส่งไปไม่ถึงดวงจันทร์


    ...
    แต่ก็ยังดี ที่มันได้อยู่ท่ามกลางดวงดาวนะ จะบอกให้...

    ขอให้ทุกคนที่มีรักในหัวใจ...มีความสุขนะจ๊ะ
    (^-^)





    December 14

    ทางต่างสาย

     
    ล่วงเข้าเดือนธันวาแล้ว
     
    ไม่น่าเชื่อว่าเวลาปีนึงจะผ่านไปเร็วขนาดนี้
     
    มันคงเป็นอีกปี ที่ฉันเติบโต...ทางความคิดมากขึ้น
     
    ปีนี้ฉันโดนย้ายแผนก 3 ครั้ง
     
    ขึ้นเวทีเล่นคอนเสิร์ต 3 ครั้ง
     
    อกหักเพราะรักข้างเดียว 2 ครั้ง
     
    ได้เพื่อนใหม่เพิ่ม...เยอะมาก นับไม่หมด
     
    จิตตกเพราะสารพัดเรื่องราว...ก็หลายครั้งเหมือนกัน
     
    เริ่มรู้สึกรัก...แบบผู้หญิงรักผู้ชาย 3 ครั้ง
     
    (ฟาวล์ไปแล้วสองจากตอนอกหักข้างบน)
     
    ตาสว่างทางใจ ทางธรรม(ศาสนา) 1 ครั้ง
     
    ซึ่งการที่ฉัน "ตาสว่าง" นี้ ทำให้ฉัน "สงบ" ทางใจได้มาก
     
    แม้จะมีรักเป็นครั้งที่สาม หลังจากอกหักไปแล้วสองครั้ง
     
    ฉันก็ไม่ทุรนทุราย เพราะฉันเข้าใจโลกดีขึ้นแล้ว
     
    ไม่มีประโยชน์ที่จะมานั่งห่วงหรือพะวงว่าคนที่ฉันรัก จะไปรักใคร
     
    ถ้าเรา รู้ ว่าความรักที่เรามี คือความปรารถนาดีต่อคนที่เรารัก
     
    ไม่ใช่ความรักที่ต้องการครอบครอง หรือ หวังให้เขามารักเราตอบ
     
    ...เราจะสงบ สุข ประหนึ่งเราได้เค้าคนนั้นมาเป็นคู่รักแล้ว...
     
     
     
    และด้วยนิสัยช่างอยากรู้ ช่างเสาะแสวงหาตามแบบฉบับคนเกิดราศีกุมภ์
     
    ฉันก็แอบใช้เวลาเสี้ยวเล็กๆ ค้นหาจนได้รู้ว่า
     
    คนที่ฉัน รัก ในตอนนี้...ไปสังกัดอยู่ตรงไหน
     
    แม้จะได้รู้ ว่าทางที่เขาเดิน กับทางที่ฉันอยู่ มันเป็น "ทางต่างสาย" โดยสิ้นเชิง
     
    แต่ความปรารถนาดีที่มีให้...จากความรู้สึกของฉันมันก็ไม่ลดลง
     
     
     
    เพราะรักก็คือรัก 
     
    แม้ไม่ได้เห็นหน้า ไม่ได้ยินเสียง ไม่ได้เป็นคู่กัน 
     
    ความปรารถนาที่จะให้เธอมีความสุข ก็ยังอยู่กับใจฉันเหมือนเดิม
     
    ฉันรักเธอนะ (^-^) 
     
     
     
     
     
     
    December 01

    จะเรียนปริญญาโท

     
    เมื่อวาน...แม่ไล่ให้ไปเรียนปริญญาโท
     
    ด้วยคำพูดที่ว่า "ยังไม่มีแฟน ไม่มีภาระ เรียนเอาโทสักใบดีไหม?"
     
    อืมมมม มันก็เข้าท่าดีนะเพราะยังว่าง
     
    แต่ไอ้คำว่า "ยังไม่มีแฟน" นี่ดิ...แทงใจยังไงไม่รุ (-_-")
     
    แต่วันนี้ ลองไปคิดๆดูในที่ทำงาน
     
    ประกอบกับที่คุยกับนายญี่ปุ่นที่สนิทกัน
     
    นายก็ให้ความเห็นว่า "เรียนก็ดีนะ ในขณะที่ยังไม่มีภาระเนี่ย"
     
    ฉันเลยชักจะคล้อยตาม ทั้งแม่ ทั้งนายญี่ปุ่น
     
     
     
    เลยตัดสินใจว่า
     
    ต้นปีหน้าจะสมัครสอบปริญญาโทที่ม.รามฯ
     
    สาขาที่อยากเรียน..ตอนนี้กะลังเลือกอยู่
     
    ยังไม่รู้ว่าจะเอาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร หรือ การแปลอังกฤษ-ไทย ถึงจะดี
     
    พอวันนี้ กลับมาบอกแม่ว่าตัดสินใจจะต่อโท
     
    แม่บอกว่า "เรียนก็ดีเหมือนกัน พยายามประหยัดๆเงินไปเป็นค่าเรียนสักหน่อย"
     
    ระยะเวลาสองปี กับเงินราวๆสองแสน
     
    มันคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรอกนะ
     
    เออ...จะว่าไป ก็ต้องเก็บเงินสำหรับจ่ายหนี้กู้ยืมที่เรียนปริญญาตรีด้วยนี่หว่า (-_-")
     
    เอาวะ...ลองสู้ดูหน่อย
     
    ต่อโทให้แม่ชื่นใจมั่งก็ดีเหมือนกัน
     
     
     
     
     
     
     
     
    September 28

    ฉันจะทำเช่นไรดี??

     
    ตอนนี้ หัวใจเกิดอาการโยเยอีกแล้ว
     
    ที่จริง หัวใจมันก็เริ่มออกอาการโยเยมาพักหนึ่งแล้วแหละ
     
    ตั้งแต่ได้รู้จักกับ เขา คนนั้น
     
    ...หัวใจ ก็เริ่มอยากไปอยู่กับ เขา ซะอย่างนั้น!!
     
     
     
    ทั้งที่ฉันเอง ก็พยายามข่มใจตัวเอง
     
    บอกใจว่า อย่าคิดอะไรเป็นอื่นเลย
     
    มันคงเป็นความบังเอิญ
     
    ที่เขาหันมาสบตา ยิ้มให้ เวลาเล่นดนตรีด้วยกัน
     
    มันคงเป็นแค่เพราะ เขาหิวน้ำ
     
    เลยมาดื่มน้ำจากขวดเดียวกับฉัน
     
    มันคงเป็นเรื่องประจวบเหมาะ
     
    ที่เขาเกิดอยากกิน "เทมปุระ" หลังจากที่ฉันคุยเรื่องชื่อวงเก่า
     
    มันคงเป็นแค่ความใจดีของเขา
     
    ที่ส่งรูปเดี่ยวของตัวเขาแถมมา หลังจากที่ส่งรูปที่เราถ่ายคู่กันมาให้ฉันแล้ว
     
    มันคงเป็นแค่ความเอื้ออารี
     
    ที่เขาส่งข้อความมาให้กำลังใจฉัน ตอนที่ฉันซ้อมกับวงของฉันเอง  
     
    มันคงเป็นแค่ความอยากรู้ อยากชวน 
     
    ที่วันนี้เค้าโทรมาถามว่า ฉันจะไปซ้อมกับพวกเขาไหม
     
     
     
    ...ฉันชักอยากจะรู้แล้วสิ ว่าทั้งหมดที่เขาทำ มันมาจากความรู้สึกแบบไหน...
     
    ว้าวุ่นใจยังไงชอบกล
     
    ความรู้สึกนี้มันอะไรกันแน่
     
    ยิ่งวันนี้ ที่เขาโทรมาถามว่าไปซ้อมด้วยกันไหม...หลังวางสายไป
     
    ฉันหยิบจับอะไร...ก็ไม่ค่อยจะถูก
     
    รู้สึกแก้มอุ่นๆยังไงก็ไม่รู้
     
    มือไม้ก็อยู่ไม่สุข เดี๋ยวเกาหัว เดี๋ยวลูบท้ายทอย
     
     
     
    ฉันเป็นอะไรก็ไม่รู้...เขาจะรู้ไหมนะ ว่าอาการนี้มันคืออะไร
     
    ถ้าถามเขา เขาจะตอบได้หรือเปล่าหนอ...
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    July 20

    Be awake!

     
    วันนี้ตื่นแต่เช้า
     
    หลังจากที่เมื่อคืน ร้องไห้จนหลับไป
     
    (ไม่รู้เหมือนกันว่าจะร้องไห้ไปหาถ้วยโอลิมปิกที่ไหน!!)
     
    ตื่นมาอ่านสเปซ
     
    เจอคอมเม้นท์ตอบของเพื่อนยุ้ย...เพื่อนสมัย ม.ปลาย
     
    ซึ่งตอบได้ตรง...ตามสไตล์ของยุ้ยเองว่า
     
    "ถ้าคนที่ตรงไปตรงมามันจะผิด
    ก็คงผิดที่พูดความจริงมั้ง
    คนเราส่วนใหญ่ชอบการตอแหล
    และถ้ายิ่งเป็นเพื่อนกันยังจะตอแหลใส่กัน
    กูว่าไม่ต้องเป็นเพื่อนหรอก
    แค่คนรู้จักก็พอ"
     
     
    (กูขออนุญาตนะเว้ยยุ้ย รีพลายนี้ของมึงโดนมากๆจนกูอยากให้คนทั้งโลกได้ดูหวะ)
     
    อ่านคอมเม้นท์เพื่อนยุ้ยจบ
     
    มันทำให้ฉันพบคำตอบได้ถึง สองเรื่อง ในรีพลายเดียว
     
    1. เรื่องที่ฉัน เสียจิต อยู่ในตอนนี้
     
    มันเป็นเพราะ สถานะที่ฉันคิดกับพวกเขา
     
    กับสถานะที่พวกเขา(บางคน)คิดกับฉัน
     
    ...มันไม่เท่ากัน...
     
    ฉันคิดว่าเขาเป็นเพื่อน แต่เขา(คง)ไม่คิด
     
    พอฉันทำตัวตรงๆ(ซึ่งคงคิดกันว่าแรง)ใส่
     
    เลยเกิดอาการ "รับไม่ได้" กันขึ้นมา...ก็เท่านั้น
     
    งั้น...ก็คงเป็นอย่างสองประโยคสุดท้าย ที่ยุ้ยว่า
     
    คงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
     
    ฉันเคยบอกไว้ในเอนทรี่ใดเอนทรี่หนึ่งเมื่อนานมาแล้วว่า
     
    "สิ่งที่ฉันกลัวที่สุด คือ การสูญเสียความเป็นตัวเอง"
     
    ดังนั้น การที่ฉันจะต้องยอมเปลี่ยนตัวเอง
     
    เพื่อให้ได้ เพื่อน เพิ่มขึ้น...ฉันไม่ทำ!!
     
    คนเป็นเพื่อนแท้ คือ คนที่ฉันสามารถ เผยตัวตนที่แท้จริง
     
    เปลือยความคิด อารมณ์ ความรู้สึกได้ทุกอย่าง
     
    โดยที่คนๆนี้จะไม่มานั่งนอยด์ เหวอ ใดๆทั้งสิ้น
     
    เพราะรู้จักสันดานกันแล้วเป็นอันดี
     
    2. เรื่องที่ว่า "ทำไมฉันกับยุ้ยถึงมาเป็นเพื่อนซี้กันได้"
     
    (ขออนุญาตใช้ กู-มึง เพราะมันตรงใจที่สุดแล้ว) 
     
    ยุ้ย กูขอยืดอกสารภาพวันนี้เลยหวะ
     
    ว่ากูแอบสงสัยมานานแล้ว...ว่าทำไมกูกะมึงถึงมาสนิทกันได้
     
    เพราะมึงอ่ะแรงงงง
     
    (กูล่ะชอบมึงจัง...แอบชื่นชมเป็นไอดอลในใจกูมานานเลยนะเนี่ย)
     
    ส่วนกู...ก็อย่างที่เห็น...เรื่อยๆลมๆไหลๆออกจะแหยๆด้วยซ้ำ
     
    แต่รีพลายนี้ของมึง ทำให้ปริศนาในใจกูกระจ่าง
     
    มันเป็นเพราะกูกะมึง "ตรง" เหมือนๆกันนี่เอง
     
    ขอบใจเว้ยเพื่อน ที่คอยเป็นกำลังใจให้กูตลอด
     
    ***** ***** ***** ***** ***** *****
     
    อ่ะ สบายใจแล้ว ไปนอนต่อได้!!!
     
     
     
     
     
     
     
    July 19

    สิ่งที่อยากได้ในตอนนี้คือ Barbiturates

     
    ตอนนี้กำลังอยู่ในสภาพ "เสียจิต" อย่างแรง
     
    เพราะเพิ่งจะรู้...ว่าความรู้สึกของเราที่มีให้แก่ใครต่อใคร
     
    ความรู้สึกที่แสดงออกมาแบบตรงๆ ไม่ปกปิด ไม่เสแสร้ง
     
    สิ่งที่เราเคยทำให้กับใครต่อใคร
     
    แบบ "เปิด" พื้นที่ในใจให้พวกเขาเต็มที่ 
     
    มันทำให้พวกเขา ปิด พื้นที่ในใจของพวกเขา
     
    มีเพื่อนแนะนำ ให้ฉันปรับตัว
     
    ลดการแสดงความรู้สึกลง
     
    เพื่อให้พวกเขา เปิด พี้นที่ในใจให้ฉันมากกว่านี้
     
    ฉันนั่งคิดอยู่ครึ่งคืน นั่งคิดพร้อมกับน้ำตา
     
    นั่งคิดด้วยความรู้สึกที่ว่า "กูผิดหรือไงวะที่กูสันดานแบบนี้"
     
    นั่งคิดขณะที่เปิดเพลง What I've done ของ Linkin Parkไปด้วย
     
    นั่งคิดอยู่ตั้งนาน
     
    โดยที่สุดท้าย...ฉันก็ไม่ได้ข้อสรุปอะไรเลย
     
    รู้แต่ว่า ฉันเปลี่ยนตัวเองไม่ได้
     
    แล้วก็เข้าใจว่าเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ด้วย
     
    ฉันคงไม่อาจทำตัว "แอ๊บเรียกถ้วยโอลิมปิก" ได้ขนาดนั้น
     
    ฉันก็คือฉัน
     
    ผู้หญิงที่ปากตรงกับใจที่สุด
     
    ถ้าจะแสดงออก ก็คือ ออกมาตรงๆ
     
    ถ้าไม่แสดงออก ก็คือไม่แสดงออกเลย
     
    ฉันทำอะไรครึ่งๆกลางๆไม่เป็น...ถ้ากับคนที่ฉันให้ใจไปแล้วจริงๆ
     
     
     
    สิ่งที่ คนสันดานเสียๆอย่างฉัน พึงจะทำได้ในตอนนี้
     
    ไม่ใช่การเรียกร้องให้คนอื่นปรับตัว เปิดพื้นที่ในใจให้ฉัน
     
    และไม่ใช่การเปลี่ยนตัวเอง เพื่อให้คนอื่นเปิดพื้นที่ในใจให้
     
    แต่เป็นการ "ปิด" พื้นที่ในใจตัวเองซะ
     
    เคยรู้สึกยังไง เคยคิดยังไง ต่อไปไม่ต้องให้คนอื่นรู้อีกแล้ว
     
    แล้วก็ไม่ต้องสนใจ ไม่ต้องรับรู้เรื่องคนอื่นด้วย
     
    จบ เลิก พอกันที!!!
     
    ต่อไปใครจะทำอะไร อย่างไร ก็ไม่ต้องมาบอกให้ฉันรู้
     
    เชิญตามสบาย...ชีวิตใครชีวิตมัน
     
    ****** ***** ***** ***** ***** *****
     
    แวบหนึ่งขณะที่คิดเมื่อคืน
     
    ชื่อยา "บาร์บิทูเรท" ก็ผุดขึ้นมาในหัว
     
    ฉันรู้...ว่ามันเป็นยานอนหลับ
     
    ฉันไม่เคยใช้มันหรอก
     
    แต่ชั่ววูบนั้น...ฉันกลับอยากได้มันมาก
     
    ไม่ใช่แค่เม็ดสองเม็ด
     
    แต่เป็น หนึ่ง กำมือ
     
    เพื่อให้ฉัน ไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีกเลย
     
    ตอนนี้อยากได้บาร์บิทูเรทมากๆจริงๆ
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    July 06

    วันรวมญาติ รวมวง รวมแม่ยก


    เมื่อวาน(5July2008)เป็นอีกวันที่ฉันเหนื่อยมากๆ

    แต่ก็ "มันส์" มากๆๆๆๆ

    14.30 ผู้หญิงเสื้อดำ ดักรอขึ้นแทกซี่ตรงปั๊มเชลล์
    เยื้องซอยลาดพร้าว41(ฉันยืนรอตั้งชั่วโมงเชียวนะยะ!!)

    14.40 มาละ แทกซี่ วันนี้ชินใส่เสื้อแบบคล้ายๆขนแกะ
    แม่เป็นคนเรคคอมเมนด์ให้ใส่(เจ้าตัวว่างั้น...มั้ง) 
    มองหน้าดีๆแล้ว...เฮ้ย!!วันนี้รองพื้น ทาแป้งมาด้วยนี่!!
    แต่ด้านข้างตรงแนวขากรรไกรมันเป็นคราบไปนิด(-_-")
    มาๆๆ เกลี่ยให้ เลยต้องเติมแป้งกันบนรถนั่นแหละ 

    15.00 ถึงที่งานละ มาถึงปุ๊บ ก็โดนน้องมิโยโตะลากเข้า
    หลังเวทีทันที!!! วงแรกเล่นเพลงสุดท้ายกะลังจะจบพอดี 
    วงที่เราไปช่วยเค้ามาบอกว่า เพลงSadistic Desireเล่น
    เป็นเพลงที่หก(หรือเจ็ดฟะ...งงๆ) 

    หลังจากนั้น เจอน้องปู...ไม่เจอกันนานเลยน้อง แล้วก็เจอ
    แด้ เพื่อนสมัยมหาลัยด้วย!!!บอกว่าน้องชายชอบเอ๊กซ์
    เลยพามาแนะนำตัวกัน แลกเบอร์กันเสร็จสรรพ จากนั้นก็
    หาที่เปลี่ยนกางเกง ทาปาก ทานิ้วมือด้วยลิปสีเลือด
    (ทั้งหมดนี้ รบกวนนน้องปูล้วนๆ ขอบใจนะจ๊ะ)

    และแล้ว ธิปเพื่อนแก๊งเดอะเป็ด(แม่ยก)กะเจนนี่ก็มา 
    เย้ๆๆๆ!!! 
    ระหว่างที่รอขึ้นเล่น ก็ยืนเม้าท์ลวนลามมือกลองวงนั้น
    ไปพลางๆ(แหม...เสื้อโชว์ไหล่ขาวเนียน กรั่กๆๆๆๆ)

    ยืนเม้าท์เพลิน วงนั้นเค้าหันมาเรียกๆ เย้ย!!! 
    ทำไมไวจัง 

    ว่าไปแล้ว...มันเป็นการขึ้นเวทีหนึ่งในไม่กี่ครั้งของฉัน
    ที่ไม่ได้ขึ้นครบวง
    แล้วมันก็เป็น ครั้งแรก ที่ฉันต้องขึ้นเวทีกะชินกันสองคน
    (ที่เหลืออีกสี่เป็นวงอื่น-_-")
    แอบเหงาใจเล็กน้อย แต่เอาน่ะ!!ยังไงก็มีชินอยู่ด้วย 

    ร้องไป...จนจบ...ขอบคุณวงเขา แล้วลงจากเวที 

    ทำไม...ทุกอย่างมันดูเร็วจังนะ?แต่ก็ ช่างมันเถอะ 

    ตอนจบงาน แฟนต้า(มือกีตาร์วงโน้น)
    มาจับมือขอบคุณด้วยอ่ะ!!!แอบตกใจ!!!

    ลงจากเวทีมา อิสก็มาพอดี เลยชวนกันไปหามุมถ่ายรูป
    ด้วยความอนุเคราะห์จากน้องเจนนี่ 
    เอื้อเฟื้อทั้งกล้องและตุ๊กตาประกอบฉาก 
    เราจึงได้ภาพ ฮา น่ารัก น่าหยิก(ประสาทนิดหน่อย)
    ธิปไม่ยอมมาถ่ายด้วย แต่ธิปก็ไม่ชอบถ่ายรูปอ่ะ 
    ส่วนไอ้พวกนี้ บ้ากล้องเป็นอาจิณ-_-"
    ยิ่งชินนี่ หายห่วง ระดับอาจารย์แอคติ้ง
    ถ่ายออกมาดูได้ทุกรูป!!! ไม่รู้ทำได้ไง 

    หลังจากนั้นก็แห่กันไปกิน หมู(ไก่)กะทะ ตรงโลตัสอ่อนนุช
    ห่างจากห้องซ้อมไม่เท่าไหร่
    อิสกะชินไม่กินเนื้อสัตว์ ส่วนอ้อมไม่หมู 
    เลยสร้างความปวดกบาลให้ทางร้านอย่างสุดซึ้งงงงง
    เขาเลยเปิด ห้องแอร์ ให้พวกเราเลย!!!!
    โต๊ะยาวโต๊ะเดียว ตั้งสามเตา(เตาหมู เตาไก่ เตาผัก)
    พี่แจงมาถึงแล้ว เลยมานั่งกินแอนด์เม้าท์กันก่อน 
    กว่าเฟิร์นจะมา สมาชิกวงก็เกือบได้เวลาไปซ้อม 
    เห็นน้องๆ(อิสกะชิน)ย่างเห็ดทาเนยกันอย่างเมามันส์
    หอมน่ากินอ่ะ แต่ไปยุ่งกะเตาเค้าไม่ได้(T_T) 

    รีบบึ่งมาห้องซ้อมด้วยความอนุเคราะห์จากรถเจนนี่
    ระหว่างทาง พี๋โอ๋โทรมา เนโทรมา บอกว่าถึงห้องแล้ว 
    กรี๊ดดดดด ให้ว่องอ่ะ ให้ว่อง...

    ถึงห้องซ้อมเลยสองทุ่มไปหนึ่งติ่ง(???)
    ทำธุระส่วนตัวกันแปบนึง พี่โอ๋ กะ ศิก้อมา
    (พี่โอ๋พาแฟนมาด้วย กิ๊วๆๆ เพลงเทพ โพธิ์งาม ลอยมา) 
    เข้าห้องซ้อมได้ ทุกคนก็ปรับเครื่องในความดูแลของตัวเอง
    คนคุมห้องก้อมาปรับเสียง ต่อเปียโนไฟฟ้าให้ 
    กว่าจะได้ซ้อมจริงก้อ สองทุ่มยี่สิบห้า(-_-")
    น้องพลอย ก็มาดูด้วย(เห็นว่าอยากดูพี่โอ๋โซโล่)

    เริ่มเพลงแรกด้วยrusty nailหรือ week endนะ ลืม...

    แหม...แค่เสียงแรก มันก็ตึ้บ ได้อารมณ์มากมาย

    หลังจากนั้น ทุกสรรพเสียงก็สาดเข้าใส่กันอย่างเมามันส์
     
    (แก๊งแม่ยกมาตอนสามทุ่มกว่าๆ)

    ระหว่างสองชั่วโมงนั้น การซ้อมเป็นไปอย่าง"เมามันส์"
     
    จะเล่นผิดบ้าง สุยบ้าง มันก็ยังมันส์ 

    เห็นชินยิ้มแฉ่งอยู่หลายตอน(ถูกใจอ่ะดิ๊ อิอิ)

    เนก็ดูท่าทางผ่อนคลายกว่าซ้อมเมื่อวันก่อน

    พี่โอ๋ที่บอกว่ามีธุระต้องไปตอนสามทุ่ม

    สุดท้ายก็อยูจนเกือบจบ(หลอกล่อทิดไว้ได้!!!)

    ศินี่ ท่าทางจะอินจัด ไม้กลองลอยเลย!!! 

    อิซซี่ก้อแจ่ม(แต่แอบบ่นว่าไม่มีเพเดิล)

    สองชั่วโมงผ่านไปเร็วมากกกกกกกกกก

    ออกจากห้องซ้อม มาจ่ายตังค์ 
    เนบ่นว่าหิวข้าว 
    ทั้งคณะเลยแห่กันไปกินข้าวที่ตรงข้ามซอยทองหล่อ 
    นั่งเม้าท์แตกถึงเกือบเที่ยงคืน 

    พอตอนจะกลับ ระหว่างที่ฉันยืนเม้าท์กะใครสักคนในวง
    พี่แจงกะฟิล์มก็กรี๊ดด โดดเหย็งออกจากรถ 
    ฉันเลยเดินไปดูแบบงงๆ ว่ากรี๊ดไรกัน
    "จิ้งจกอ่ะ" ใครไม่รู้พูดมา...เล่นเอาฉันมึนส์ 
    แค่จิ้งจกเนี่ยนะ? 
    มาเลย...เดี๋ยวอ้อมหยิบออกให้เอง!!!
    พอเห็นเจ้าตัวการก็ถอนใจ โอ๊ย...ตัวเท่าเมี่ยง
    กรี๊ดยังกะเห็นแมงป่องยักษ์ 
    ฉันเลยเอามือจับๆปัดๆมันจนมันหล่นไปที่พื้นถนน 
    แล้วถึงได้ขึ้นรถกัน 
    เหล่าแม่ยกบอกว่า "อ้อมแมนมากกก" (-_-")

    ถึงบ้านก็เกือบๆตีหนึ่ง มาแชทกันต่ออีก
    คราวนี้ฉัน "แบตหมด" เดินไปหลับกลิ้งที่เตียง
    (ออนเอ็มทิ้งไว้งั้นล่ะ) 

    เป็นอีกหนึ่งวัน ที่สนุกมาก 
    ได้เอาเพื่อนๆวงกะเพื่อนๆแก๊งเป็ด มาจอยกัน 
    โชคดีที่นิสัยคุยกันได้ น่ารักกันทุกคน 
    รูปภาพเชิญติดตามได้ทางอัลบั้ม
    ไว้คราวหน้าไปแจมเกะกันเต๊อะ!!! 
    (ซ้อมนัดหน้า เด๋วจะติดต่อไป)

    ข้อสังเกตเล็กๆน้อยๆ(มันมาอีกแล้ววว)
    1.วันนี้การเล่นรวมของเพลงเร็ว(ไซเลนท์)ดีกว่าเดิมเยอะ
       ขอชมเชย(คาดว่าศิคงไปแกะเพิ่มเติมมาแล้ว)
    2.X ก็พอได้นะ แต่ยังสุยหลุดเยอะกว่าไซเลนท์ 
    3.สการ์นี่เข้าขั้นเยี่ยม!!ฟังแล้วอยากร้องไห้ด้วยความตื้นตัน
       (T_T)
    4.เพลงช้าก้อชิลๆ เห็นพี่โอ๋กางโน้ต แต่ก้อโออ่ะ ฟังรวมดีออก
    5.มีแอบสุยเล่นSadistic แต่ฟิลคนละเรื่องกะอีกวงเลย!! 
       ความมันส์ คนละเรื่องกัน!!! 
    6.ขอโทษค่ะ ร้องรัสตี้เนลเพลินจนคร่อมจังหวะ
       (ผลพวงจากการนอนไม่พอ...มันอ้างซะงั้น!!) 
    7.เนจ๊าบอ่ะ แกะCelebration มาซ้อมประสานกะพี่โอ๋แร้นน
       (คราวหน้าขอซ้อมเพลงนี้ด้วยนะ) 
    8.ใจเย็นนะอิส เด๋วรอบหน้าหาห้องซ้อมที่มีเพเดิลดีกว่า(^^;;)
    9.ชินนี่...ชิลๆนะยะ หน้าบานนน(มีแอบสุยด้วย) 
    10.จับไม้กลองดีๆนะศิ เห็นแก่ความปลอดภัยของเพื่อนร่วมวง
        (-_-") 
    11.อีตาคนคุมห้องซ้อมนี่ คะแนนมนุษยสัมพันธ์ติดลบ
        หน้าตาไม่รับแขก ขนาดพ่อพระอย่างเนยังไม่ชอบแกเลย!!!
    12.บรรดาแม่ยกแอบฮือฮา ว่าวงนี้หน้าตาดี
         (กรั่กๆๆๆๆๆ)
    13.คนที่กินข้าวตรงข้ามซอยทองหล่อ บอกว่าเขาผัดกับอร่อย
        เสียดายที่กินไม่ลงแล้ว..เหนื่อยจัด อยากกินแต่น้ำมากกว่า
    14.เพิ่งจะรู้ ว่าแค่เปลี่ยนมือกีตาร์แม้ชั่วคราว อารมณ์วงมันคน
         ละเรื่องเลย(อันนี้อ้างอิงจากซ้อมคืนก่อน T_T)
    15.รักแม่ยกและสมาชิกทุกคนจ้า...อิอิ
     
    June 20

    จะจัดห้องแล้วค้าบบบบ~~

     
    หลังจากมองความโหดร้าย เสื่อมโทรม เลวทราม
    ของสภาพห้องมานาน
     
    วันนี้ อิชั้นตัดสินใจแล้วค่ะ
    ว่า "กูทน(ตัวเอง)ไม่ไหวแล้วโว้ย!!"
     
    คืนนี้อิชั้นจะจัดห้องวะค่ะ!!!
     
    ส่วนจะจัดสำเร็จหรือไม่นั้น 
    เด๋วจะเอามาโชว์ในอัลบั้มอันถัดไป
     
    คืนนี้แหละ...อิชั้นจะเปลี่ยนแปลง!!!
     
     
     
    June 15

    ความรักทำให้คนตาบอด(ไปขายลอตเตอรี่ดีไหม?)

     
    ไม่มีอะไรมากหรอก
    ก็แค่รู้สึกตัวว่า "ไปรักคนที่ไม่ควรรักเข้า"
     
    ไม่เอ่ยถึงล่ะนะ ว่าคนที่ว่านั่นใคร
    แล้วก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ความรู้สึกนี้มันเริ่มมาตั้งแต่ตอนไหน
     
    ฉันสับสนไปหมด ไม่รู้อะไรทั้งนั้น
    เหมือนกับเดินอยู่ในที่มืดสนิท
    เหมือนกับคนตาบอด
     
    อยากปฏิเสธความเป็นจริงทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า
    อยากคว้าเธอมากอด แล้วบอกเธอว่า ฉันรักเธอแค่ไหน
     
    ...แต่...
    ฉันก็ไม่กล้าพอที่จะทำแบบนั้น
    ฉันคงเลวไม่พอที่จะทำร้ายความรู้สึกของใครๆ
     
    แค่เผลอใจไปรักเธอ ฉันก็ผิดมากพอแล้ว
     
    ***** ***** ***** ***** ***** *****
     
    อยากร้องไห้ แต่น้ำตามันไม่ไหล
    อาการนี้ใช่ไหม ที่เขาเรียกกันว่า "น้ำตาตกใน"
     
    ***** ***** ***** ***** ***** *****
     
    เอาเนื้อเพลง "ความรักทำให้คนตาบอด" ของบอดี้สแลม
    มาแทนความรู้สึกดีกว่า...โดนใจจริงๆ
     
    รู้...ว่ามันไม่สมควร ที่ยังกวนหัวใจเธอ
    ฉันขอโทษที
    รัก...และยังคงหวังดี ทั้งที่ไม่มีสิทธิ์ 
    เพราะความจริง เธอก็มีเขา...คนนั้น
    เป็นคนที่สำคัญกว่า
     
    มันอาจจะผิดที่เป็นอย่างนี้
    ที่มันยังรักเธอจนสุดหัวใจ
    เมื่อรู้ว่าไม่มีทาง แต่ฉันก็ไม่ตัดใจ
    เหมือนคนไม่รู้ตัว
     
    มันอาจจะถูกที่ใครบอกไว้
    ความรักมันทำให้ตาบอด 
    จนมองไม่เห็นความจริง
    ว่าฉันเป็นใคร ทำให้ไม่เข้าใจ
    ทำไมยังรักแต่เธอ
     
    รู้ ควรจะหักห้ามใจ
    หากทำได้ง่ายดาย
    ฉันก็คง ไม่ต้องสับสน อย่างนี้
    จบๆไปเสียดีกว่า
     
    มันอาจจะผิดที่เป็นอย่างนี้
    ที่มันยังรักเธอจนสุดหัวใจ
    เมื่อรู้ว่าไม่มีทาง แต่ฉันก็ไม่ตัดใจ
    เหมือนคนไม่รู้ตัว
     
    มันอาจจะถูกที่ใครบอกไว้
    ความรักมันทำให้ตาบอด 
    จนมองไม่เห็นความจริง
    ว่าฉันเป็นใคร ทำให้ไม่เข้าใจ
    ทำไมหมดทั้งหัวใจ
     
    มันยังคงรักแต่เธอ
     
    (ถ้าความรักทำให้คนตาบอดได้จริง ฉันควรไปขายลอตเตอรี่ดีไหม?)
     
     
     
     
     
     
     
     
    June 01

    เชื่อเรื่องพรหมลิขิตไหม?

     
    เป็นคำถามดูพื้นๆนะ
    แต่เมื่อคิดตามดีๆแล้ว มันก็มีสาระลึกซึ้งเอาการ
     
    พรหมลิขิตของฉัน
    ไม่ใช่แค่การได้พบคนที่จะมาเป็นคู่รัก(ซึ่งฉันยังไม่มี)
    การได้รู้จักเพื่อนใหม่ คนร่วมงานใหม่
    แม้กระทั่งเพื่อนที่ฟิตเนส หรือเพื่อนที่ชอบดาราคนเดียวกัน 
    ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องของ พรหมลิขิต ทั้งสิ้น
     
    ตอนนี้ ชีวิตของฉันกำลังมีสีสันขึ้นมาอีกครั้ง
    เพราะได้กลับมา คึกคัก กับการทำวงอีกรอบ
    ซึ่งเป็นวงที่เกิดจาก พรหมลิขิต เหมือนกัน
    ...เกือบสิบปีที่แล้ว ฉันได้เจอกับพี่โอ๋...
    แล้วพวกพี่โอ๋ก็รับฉันเป็นนักร้องของวง
    ...เกือบห้าปีที่แล้ว ฉันได้เจอกับ อิส และ ชิน...
    น้องๆที่น่ารัก ที่สอนให้ฉันรู้ว่า
    มิตรภาพต่างวัยเป็นอย่างไร
    หลังจากนั้นไม่นาน...คงเป็นพรหมลิขิตอีกนั่นแหละ
    ที่บันดาลใจให้ฉันกดโทรศัพท์ไปชวนพี่โอ๋มาเจอกับน้องๆ
    และล่าสุด พรหมลิขิต(อีกแล้ว)
    ก็พาให้พี่โอ๋ชวนเน...ที่เคยดูฉันกับพี่โอ๋เล่นคอนเสิร์ตเมื่อ 8 ปีก่อนมาร่วมวง
    และชิน...ชวนศิ เพื่อนที่เคยเล่นดนตรีด้วยกัน มาเล่นเพลงของเอ็กซ์
     
    ...กับคนหน้าเดิม บวกกับคนหน้าใหม่...
    และการSession ที่ไม่ใช่การเล่นแบบกลางๆ แกนๆ แห้งแล้งจืดชืด
    ฉันรู้สึกได้ว่า ทุกคนเอา "ใจ" มาเล่นด้วยจริงๆ
    ไม่ใช่แค่เรื่องดนตรีเท่านั้นที่ออกมาดี
    แต่ "ความเป็นคนจิตใจดี" ของแต่ละคน ก็ทำให้การซ้อมเป็นไปแบบกันเอง อบอุ่นด้วย(^^)
     
    ทุกนาทีที่อยู่ในห้องซ้อม
     
    ทุกรอยยิ้มที่เราส่งให้กัน ไม่ว่าจะบังเอิญ หรือตั้งใจ
     
    ทุกตัวโน้ตที่พวกเราเล่น
     
    ทั้งหมด ล้วนมาจาก พรหมลิขิต ทั้งสิ้น
     
    อยากบอก...ว่าดีใจที่พรหมลิขิตพาพวกเรามาเจอกันจ้ะ
     
    พวกเรามาพยายามด้วยกันนะ !
     
     
     
    April 26

    ความเหมือนของแบยองจุนกับฉัน-_-"

    วันนี้ก็นั่งดูหนังช่องสามเหมือนเคย
    ทัมต๊อกโตแล้ว ยิ้มได้น่าร้ากกกกมากกกกกก

    หนังจบ ก็มาเปิดดูรูปต่อ
    ก็ให้บังเอิญไปเจอรูปสมัยหนุ่มๆของพี่เบแกเข้า

    เอ๊ะๆๆ "ฟัน" แกไม่ยักกะเหมือนตอนนี้

    นั่นเลยทำให้ฉันรู้ว่า
    พี่เบสุดที่เลิฟก็ "จัดฟัน" มาก่อน

    ความเหมือนของพี่ยงจุนกับฉันก็คือ "จัดฟัน" เหมือนกันนี่เอง

    เอ่อ...ว่าแต่ พี่ยงจุนขา รีเทนเนอร์น่ะ พี่ต้องใส่บ่อยๆนะคะ
    เพราะฟันพี่เริ่มจะเคลื่อนอีกแล้ว -_-"

    ว่าแล้วตัวเองก็หันไปหยิบรีเทนเนอร์มาสวมบ้าง
    เดี๋ยวฟันจะไม่เสียว...เอ๊ย ฟันจะไม่สวยเหมือนพี่ยงจุน
    April 19

    Thumbdriveกุหายวะค่ะ

     
    วันนี้กลับถึงบ้าน
     
    ก็เจอเรื่องเซอร์ไพรส์เลย
     
    **********
     
    เนื่องจากเกิดอารมณ์อยากจะซ้อมไวโอลินอย่างบอกไม่ถูก
     
    เลยไปคว้าไวโอลินเคสมาเปิด
     
    ตั้งสายลูกสุดที่รักเสร็จ เอาคันชักมาสีลองเสียง
     
    อุวะ...ยังไม่ได้ชัดยางสน(ไม่ได้เล่นมานานมากกกก)
     
    พอจะหันไปหากลักยางสนเท่านั้นล่ะ
     
    สายตาไปปะทะเข้ากับพลาสติกเปล่าๆที่เคยมีทัมบ์ไดรฟ์ความจุ หนึ่ง กิกกะไบท์อยู่ในนั้น...
     
    เฮ้ยยยยยยยยยยยย
     
    ทัมบ์ไดรฟ์กุหายวะค่ะ
     
    อันนี้เดี๊ยนมั่นใจมาก เพราะตั้งแต่มันแถมมากับโน้ตบุคที่เพิ่งซื้อ
     
    ยังไม่เคยแกะออกมาจากพลาสติกเลย
     
    เวร...เอ๊ย ดิชั้นถึงขั้นสบถในใจ
     
    แล้วแม่งยังอุตส่าห์เหลือแพกเกจไว้เยาะเย้ยกูอีกนะ t(-_-t)
     
    แม้จะมีตัวปัจจุบัน ความจุ สอง กิกกะไบท์ ใช้อยู่แล้ว
     
    แต่ก็ยังโมโหอยู่ดี
     
    คนเอาไปคงไม่ใกล้ไม่ไกล
     
    คิดว่าไม่รู้หรือไงวะ? ฮึ่ยยยยย ห้องกุรกปานนี้ยังจะเข้ามาแฮปอีก
     
    (แต่ขอโทษ รกยังงี้จำได้หวะค่ะ ว่าของอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง)
     
    มาขอกันดีๆ ยังจะดูดีกว่า
     
    ใครขโมยกุแช่งวะค่ะงานนี้ ไม่เห็นแก่หน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น!!!
     
     
    April 15

    To love you more

     
    Take me back in to the arms I love
    Need me like you did before
    Touch me once again
    And remember when
    There was no one that you wanted more

    Don't go you know you will break my heart
    She won't love you like I will
    I'm the one who'll stay
    When she walks away
    And you know I'll be standing here still

    I'll be waiting for you
    Here inside my heart
    I'm the one who wants to love you more
    You will see I can give you
    Everything you need
    Let me be the one to love you more

    See me as if you never knew
    Hold me so you can't let go
    Just believe in me
    I will make you see
    All the things that your heart needs to know

    I'll be waiting for you
    Here inside my heart
    I'm the one who wants to love you more
    You will see I can give you
    Everything you need
    Let me be the one to love you more

    And some way all the love that we had can be saved
    Whatever it takes we'll find a way

    I'll be waiting for you
    Here inside my heart
    I'm the one who wants to love you more
    You will see I can give you
    Everything you need
    Let me be the one to love you more
     
    玉置さん
    貴方のために永遠にこの歌を届ける

    April 13

    Into the sun...กับคำสอนของครูพรต

     
    (เพลงประกอบวันนี้...Into the sun ของ Luna Sea)
     
    วันนี้เป็นอีกวันที่ "ร้อนสาดๆ"
     
    ขนาดอาบน้ำ ประแป้งเย็นแล้ว ก็ยังเอาไม่อยู่
     
    เหมือนกับอาศัยอยู่บนดวงอาทิตย์ก็ไม่ปาน
     
    หรือไม่งั้นก็คงเป็นดาว "ครีเมโทเรีย" ในเรื่อง ริดดิค แหงๆ -_-"
     
    (ร้อนมาก ก็เริ่มฟุ้งซ่าน ใกล้บ้าเข้าไปอีกสเตป)
     
    ร้อนๆอย่างงี้ ต้องแก้ร้อน ด้วยการฟังเพลงร็อค
     
    บางคนอาจคิดว่าไม่เกี่ยว แต่สำหรับฉัน มันก็ช่วยได้เยอะเหมือนกัน
     
    *********************
     
    ช่วงนี้มีเรื่อง...หลากหลายให้คิด
     
    ขณะที่ฉันพยายามดับร้อนด้วยเพลงของหนุ่มๆวงLuna Sea
     
    คำพูดประโยคหนึ่งของครูพรต ครูสอนไวโอลินที่สอนฉันกับเพื่อนๆเมื่อ 10 ปีที่แล้ว
     
    ก็แว่วเข้ามาในหัว
     
    "ตัวโน้ตที่ผ่านไปแล้วและเธอเล่นไม่ทัน ก็ปล่อยไป ไม่ต้องสนใจ เล่นโน้ตตัวถัดไปต่อได้เลย"
     
    ไม่น่าเชื่อว่าคำพูดประโยคนั้นของครูจะเป็นปรัชญาในการใช้ชีวิตได้ด้วย
     
    ครูคะ ขอบคุณครูมากๆค่ะ
     
    ที่สอนให้ลูกศิษย์หัวขี้เลื่อยคนนี้ ได้เข้าใจทั้งเรื่องดนตรี และเรื่องการใช้ชีวิต
     
    **********************
     
    สงกรานต์นี้ จะแปลงานที่รับค้างไว้ให้เสร็จแหละ
     
    สู้ๆๆ แปลงานเสร็จแล้วจะนัดซ้อมวงละ
     
    เตรียมโหด+เท่อีกรอบแล้ววุ้ยยย
     
     
     
     
    April 12

    อยากจบ...แต่คนบางคนไม่จบ

     
    (เพลงประกอบวันนี้...หญิงร้าย ชายเลว ของ ปาน ธนพร...ไม่ค่อยเกี่ยวเท่าไหร่ แต่อยากฟัง)
     
    ว่าจะไม่...ไม่แล้วเชียว
     
    แต่ก็เอาอีกจนได้
     
    ... ... ... ... ... ... ... ... ... ...
     
    เมื่อวันก่อนฉันได้เข้าไปดู ในที่ที่นึงโดยบังเอิญ
     
    แล้วก็ได้เห็น "ใคร" คนนึง
     
    เห็น ข้อความ ของใครคนนั้น
     
    รู้สึกว่าจะมีประโยคที่ "แขวะ" มาถึงฉันด้วย
     
    ทั้งที่ตอนแรกว่าจะไม่คิด
     
    แต่แล้ว ความเป็นมารในตัวฉัน ก็ผลักให้ฉันคิดจนได้
     
    "อยากได้ใช่ไหม ได้เลย"
     
    ในเมื่อฉันบอกว่า "จบ" แล้ว
     
    แต่บางคน ไม่ยอมจบ
     
    ก็เอาสิ...เชิญเชื่อไปแบบนั้น
     
    ถ้าคนที่เปิดเผย พูดความจริง จะกลายเป็น นางมาร
     
    ฉันก็ยินดีที่จะเป็น
     
    รับไม่ได้จริงๆที่จะต้องเสแสร้งทำตัวเองเป็นสิ่งที่คนอื่นมองว่าเป็น "คนดี"
     
    ... ... ... ... ... ... ... ... ... ...
     
    นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆที่ฉันจะคิด จะพูดถึงเรื่องนี้
     
     
     
     
     
     
    April 06

    Tonight...หนึ่งคืนของฉันกับชาย เก้า คน

     
    อ้าหหหห์ มันช่างเป็นอะไรที่...เร่าร้อน เร่าร้อน

    จนฉันเผลอส่งเสียงตามเขา และเขา และเขา ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

    ทุกการเคลื่อนไหว ทุกจังหวะที่พวกเขามอบให้ มันช่าง...เร้าใจรัญจวน

    จนฉันอดขยับตามไม่ได้

    ...อะไรมันจะสุข อิ่มเอม ได้เท่านี้อีกเล่า...

    ใครจะรู้นะ ว่าคืนนี้มีผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังมีสวรรค์ลับๆ

    ...กับผู้ชาย เก้า คน...


    *****************

    ถ้าใครหลงมาอ่านเอนทรี่วันนี้

    เห็นหัวข้อกะข้อความข้างบน

    คงคิดว่าฉันไปทำอะไรมิดีมิร้าย(ที่จริงต้องบอกว่าอะไรดีๆเด่ะ)

    กับผู้ชายหลายคนมา(เป็นหมู่คณะ ชอบอ่ะดี๊ อิอิ)

    คือที่จริงฉันเพิ่งได้แผ่นคอนเสิร์ตล่าสุด

    ของX-japan กะ Luna Sea มาอ่ะ

    กระหน่ำนั่งดูมาค่อนคืนแล้ว

    เผลอร้องตามซะหลายเพลง

    บางเพลงเต้นตามด้วย ก็แหม...เพลงมันส์ขนาดนั้น

    มันก็ต้องมีอารมณ์ร่วมเป็นธรรมดา

    ขนาดตอนนั่งพิมพ์เอนทรี่นี้ ยังเปิดดูไปด้วยเลย

    โอ๊ยยย ชอตพี่อิโนรันยิ้มนี่...ใจละลายมากก

    แต่แอบมีชอตที่ป้าหงิหอมอิโนะด้วยอ่ะ ชิ...แอบวายนะลุง
    April 02

    ไม่ยอมเสียเธอ...ตัวตนของตัวเอง

     
    กลับจากทะเลมาเรียบร้อย
     
    ด้วยความสบายใจไปอีก หนึ่ง ระดับ
     
    ได้คุย ได้ฮา ได้เมา กับเพื่อนพี่น้องที่ทำงานเก่า
     
    ก็รู้สึกเป็นสุขใจ เรื่องกลุ้มใจที่เจอก่อนหน้านี้ก็เบาบางไป
     
    แต่วันนี้ พอเข้าใช้เนท
     
    จู่ๆก็คิดเรื่องนั้นขึ้นมาอีก
     
     
     
    คิดได้อยู่แวบนึง ก็มีเสียงอีกเสียงในสมองค้านขึ้นมาว่า
     
    "จะคิดถึงทำไมอีก คนที่ทำให้เธอสูญเสียความเป็นตัวเองขนาดนั้น?"
     
    เสียงนั้นทำให้ฉันรู้สึกตัวขึ้นมาได้
     
     
     
    ขอโทษ ที่ฉันรัก แคร์เธอได้ไม่พอ
     
    เพราะฉันกลัวจะสูญเสียตัวของตัวเองไป...ก็เท่านั้น
     
     
     
    จากนี้ไป ฉันคงไม่คิด และไม่เป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อนอีกแล้ว
     
    ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเธอหรือเรื่องของ "ใคร" ก็แล้วแต่
     
    เพราะสิ่งที่ฉันไม่อยากให้เกิดขึ้นในชีวิตมากที่สุด
     
    คือ การสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง