aom 的个人资料Sheelacat's Shelter照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
Sheelacat's Shelter~I'm calling you,dear~ |
|||||
|
11月25日 เอาอะไรกะกูอีกวะคะเพลียใจ...ไม่ไหวจะเคลียร์
แค่รีบกลับก็โดนจิกตีลับหลังหาว่าไม่ให้ความร่วมมือ
หาว่าเป็นตัวถ่วงคนอื่น
ถามหน่อยเถอะ
ถ้าคืนนั้นฉันอยู่คุยต่อจนดึกแล้วต้องนั่งแท็กซี่กลับคนเดียว
ในชุดกระโปรงสั้นแบบนั้น
มันจะเสี่ยงต่อการตกเป็นเมียแท็กซี่ไหม?
ขากลับจะมีหน้าไหนนั่งแท็กซี่ไปส่งฉันไหม?
ถึงฉันจะขี้เหร่ แต่ก็สำนึกกันไว้บ้างนะว่าฉันเป็นผู้หญิง
ถ้าแท็กซี่มันหื่นน่ะ
สวยไม่สวยไม่รู้ เป็นผู้หญิงมีรูให้มันทิ่มมันก็เอาแล้ว !!
11月15日 เอ่อ...อยู่ดีๆก็มีคนมาด่า กุผิดตรงไหนเนี่ยที่จริงมันก็ไม่ใช่อยู่ๆ หรอกนะ
คือ พอดีช่วงนี้ บังเอิญเหม็นขี้หน้าคนไปหน่อย
เนื่องมาจากถูกคนคนนี้ "หักอก" กลางอากาศ!!
แบบว่าเอาผู้หญิงมาให้เห็นจะจะ หลายที หลายรอบ
ด้วยความที่เห็นทีไร มันก็จี๊ดที่ใจ
เลยพาลทำให้ไม่อยากมองหน้า ไม่อยากสมาคมด้วย
อาการก็เลยออกมาเป็น หน้าบูด หน้าตูด จนถึงหน้าส้นตีนในบางลีลา
ก็ชั้นเฮิร์ท เธอทำร้ายจิตใจชั้น...เข้าใจ๋?
ไม่ต้องมาอ้างเลยว่าไม่เคยรู้ความรู้สึกของชั้น
แมวตัวไหนไม่ทราบที่มันเคยสำรอกไว้ว่า "เรื่องบางเรื่อง รู้กัน แต่ไม่จำเป็นต้องพูดกัน"
อ๋อ พอรู้ว่าชอบแล้ว ก็หักอกแม่งซะเลยเหรอ...แมนดีนี่ ดอก!!
พอชั้นหน้าส้นตีนนานๆเข้า ก็มาโพสแม่งซะกลางไฮไฟว์ว่า "มีไรคุยกันได้"
จะให้คุยอะไร ก็ชั้นเจ็บแล้ว จบแล้ว ก็เข้าใจ
ไม่ถือสา แต่ว่ารู้สึก...เมื่อฉันเลือกแล้วว่ามันเป็นเรื่องของฉัน คนเดียว
ก็ไม่จำเป็นต้องพูดกับใคร จะหน้าบูด หน้าหมายังไง มันก็เรื่องของฉัน
แล้วถ้าฉันพูดก่อน ก็จะกลายเป็นฉันหาเรื่อง ฉันฟื้นฝอยหาตะเข็บไปอีก
เรื่องไรจะพูด(วะ)
พอฉันไม่พูด ก็มาด่าฉันกลางไฮไฟว์
เออ แมนดีนี่นะ มาโพสด่าแบบกระทบกระแทกแดกดันคนอื่นเค้าในหน้าบ้านไฮไฟว์เค้าแบบนี้น่ะ
งานนี้อย่าหวังเลย ว่าฉันจะเป็นฝ่ายพูดก่อน รอไปเคลียร์พร้อมกันทีเดียวเถอะ
ใครทนไม่ได้ ฝ่ายนั้นต้องเป็นคนพูด
เพราะฉันก็แมนด้วยการไม่พูดแล้ว ถ้าจะมีใครสักคนมาด่าฉันเพราะความไม่พูด โดยที่จะให้ฉันอ้าปากเริ่มก่อน
ฉันจะถือว่าคนคนนั้น "ไม่แมน"
(แม่ง...กู...ไปตัดนมทิ้ง ทำไอ้นั่นเทียมเลยดีกว่า เป็นแมนไปจริงๆแม่งเลย สะใจดี)
ขอบคุณที่รับฟังด้วยความสงบ...ครับ
9月13日 ถึงตาฉันบ้างแล้วมั้ง?ตอนนี้ ทั้งหัวเอ็ม ทั้งรูปในไฮไฟว์ ฉันใส่รูปที่ถ่ายคู่กับชายคนหนึ่ง หน้าตาหล่อเหลาเชียวแหละ แถมข้อความที่ฉันพิมพ์แนบใส่ไว้ ก็หวานซะด้วย อย่าได้ถามว่านั่นใคร...เพราะบอกไปก็คงไม่เชื่อ แล้วฉันก็ไม่มีความจำเป็นต้อง “อธิบาย”กับใครทั้งนั้น เพราะ มัน “ไม่มีอะไร”
ตอนนี้ถึงตาฉันบ้างแล้ว...นะเธอนะ ช่วยปวดใจเยอะๆให้สมความตั้งใจฉันหน่อยแล้วกัน
(ไม่ได้ลงไฮไฟว์ แต่ไม่ได้หมายความว่า ฉันจะระบายในสเปซนี่ไม่ได้นะ) 8月24日 ไม่มีคำอธิบาย แล้วมาโพสทำไม?ฉันร้องไห้อีกแล้ว
เพราะข้อความที่ คนคนหนึ่ง มาโพสไว้ที่ไฮไฟว์
"บางเรื่องบางอย่าง มันไม่เหมือนกับที่เห็น ขี้เกียจอธิบายอะไรทั้งสิ้น"
...
แล้วจะมาโพสทำไม?
ปล่อยให้ฉันคิดไปแบบนั้นตลอดกาล
ปล่อยให้ฉันเจ็บคนเดียว ใจสลายไปคนเดียวก็ได้ไม่ใช่หรือ?
เก่งจริงก็ไม่ต้องมาโพสอะไรทั้งนั้นเลยสิ
อยากหลับตาลงแล้วลืมทุกอย่าง
อยากให้เราสองคน ต่างฝ่ายต่างลบเรื่องราวของกันและกัน
ลืมกันไปว่าเคยมีช่วงเวลาที่มีกันและกัน
ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันอาจจะพ้นจากความทรมานได้เร็วกว่า
เพราะ...ฉันรักเธอ ทั้งที่เธอไม่เคยรัก และไม่เคยรับรู้ความรู้สึกของฉันเลย
8月23日 ทำไม...ยังเจ็บฉันควรจะ...ลืม...มันได้แล้ว
แต่ทำไม ยังเจ็บ??
กับแค่เรื่องที่ ไปรักใครคนหนึ่ง
ทั้งที่คิดว่าคนคนนั้นก็รู้
แต่...กลับยังพาผู้หญิงมาให้เห็น
แถมยังไม่ซ้ำหน้า
พอตอนกลับ ก็พาผู้หญิงเข้าบ้าน...ยามวิกาล
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าจะเข้าไปทำอะไรกัน
ฉันอาจจะผิดที่เป็นคนอ่อนไหวเกินไป
แต่ถ้าไม่ได้รัก ไม่ได้มีใจให้
ถ้าจะแค่หาเพื่อนแก้เหงา
...แล้วจะไปไหนมาไหนกับฉัน...ทำไม?
แถมไปด้วยกันก็กินระยะเวลาเป็นหลายๆเดือนด้วย
ที่ผ่านมา...ตั้งใจจะทำร้ายฉันใช่ไหม?
สนุกสินะ ที่เห็นคนคนหนึ่งกุลีกุจอทำโน่นทำนี่ให้
แล้วก็คงสนุกอีก ที่ได้ทำให้คนคนนั้นเจ็บ
...ทำไมถึงได้ โหดเหี้ยม อย่างนี้... 8月11日 คาราคาซังเขียนเมื่อ 10 สิงหาคม 2552 “คาราคาซัง”
ตั้งแต่ตอนที่เห็นภาพนั้น มันก็ร่วม สิบหกชั่วโมงแล้ว เป็นสิบหกชั่วโมงที่ยากเย็นเหลือเกิน
สิบห้าชั่วโมงที่แล้ว ฉันเปลี่ยนรูปแสดงตัวในไฮไฟว์ เป็นรูปที่ “ดูแรง” ในความรู้สึกของคนอื่น แล้วฉันยังเปลี่ยนสกินในไฮไฟว์ เป็นการบ่งบอกสถานะอารมณ์ของฉันไปด้วย แต่ในสภาวะแบบนั้น ฉันก็ยังมีแก่ใจเขียนเจอร์นัลขอบคุณใครคนหนึ่ง น้ำใจและความอาทรที่คนคนนั้นมีให้ เจ้าตัวคงไม่ได้มองว่ามันสำคัญอะไร แต่สำหรับคนที่เหมือนกับ “กำลังจะจมน้ำตาย” มันเหมือนกับช่วยชีวิตเลยทีเดียว
และเมื่อสิบชั่วโมงที่แล้ว ฉันเป็นคนถอดแหวนมังกรที่เคยสวมนิ้วนางข้างซ้าย มาสวมที่นิ้วกลางด้วยตัวเอง ที่จริงแทบไม่อยากสวมแหวนมือซ้ายอีกแล้ว แต่ถ้าทำแบบนั้น ฉันอาจจะยิ่งอ่อนแรงลงไปอีก เพราะแหวนวงนี้เป็นเครื่องรางคุ้มครองฉันในปีนี้
เมื่อหกชั่วโมงที่แล้ว ฉันเลือกเพลงเพลงหนึ่งขึ้นมาแปล ด้วยความรู้สึกว่าเพลงนี้ตรงกับความรู้สึกตอนนั้นมาก แล้วฉันก็ส่งให้กับคนคนหนึ่งอ่าน
เมื่อสี่ชั่วโมงที่แล้ว...พักเที่ยง แต่ฉันเลือก “นอน” อยู่ในออฟฟิศ กินอะไรไม่ลง ไม่รู้สึกหิวเลย ได้แต่ฝากพี่ในออฟฟิศซื้อนมกล่องเดียว เป็นสี่สิบห้านาทีที่ฉันหลับสนิทมาก
มันคงถึงเวลาของฉันแล้วกระมัง ที่จะสะสางสิ่งที่ “คาราคาซัง” อยู่ในใจเสียที ไม่โกรธ ไม่เกลียด ไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น เหลือแค่ความรู้สึกว่างเปล่า จากนี้ไป คงไม่เหลืออะไรให้ต้องเจ็บปวดอีกแล้ว
6月28日 Gravity...เพลงโปรด(เอามารีรันได้อีก)เคยเอามาลงแล้วเมื่อปีก่อน
ปีนี้ก็ยังชอบอยู่
แม้สถานการณ์จะเปลี่ยนไป...คนคนนั้นจะเปลี่ยนไป
แต่เพลงนี้ก็ทำให้ฉันเข้มแข็งได้อีก...แม้รสชาตความขมขื่นจะยังเจืออยู่ในทุกความรู้สึก
คำแปลเพลง Gravity ของวง Luna Sea
ที่ In Silenceเพื่อนของฉันเคยแปลไว้เมื่อหลายปีก่อน
คนแต่งทั้งเนื้อร้องและทำนองคือ Inoran มือกีตาร์ของวง
คนที่มีภาพลักษณ์ออกจะเย็นชา(ในความรู้สึกของฉัน)
J มือเบสวงนี้เคยให้สัมภาษณ์ว่า
"เนื้อหาเพลงเหมือนกับการรำพันของคนที่ตัวเองรู้สึกว่าถูกทำร้ายอย่างเลือดเย็น"
*************************************************************
บนถนนที่อาจหลงลืม
กลิ่นอายของเม็ดฝนพัดเอาความหลังครั้งเก่ากลับมายังเมืองที่กำลังดำเนินต่อไป
ใบหน้าอันเลือนลางของเธอนั้นไม่อาจทำให้ฉันรู้สึกอะไรได้...แม้เพียงถอนหายใจ
หากแต่ปล่อยใจไปกับความคิด
ภายใต้ท้องฟ้าในที่แห่งนี้ไม่มีอะไรจะมาฉุดรั้งฉันไว้ได้
ลาก่อน ฉันต้องผจญกับความเศร้าต่อไปอีกนานเท่านาน
ลาก่อน ขอเพียงเธอยิ้มให้ฉันตลอดไป...ในความทรงจำก็พอ
ภาพเงาของเราสองคนที่สะท้อนบนกระจกสร้างบาดแผลให้ทุกคราที่เห็น
ฉันกำคำตอบอันว่างแปล่าเอาไว้แล้วตะโกนออกไป
คำสัญญาที่มีต่อกันนั้น ทำให้ฉันเข้มแข็ง
แม้ปีกแก้วที่เปราะบางก็ยังสามารถโบยบินไปได้
ลาก่อน ฉันต้องผจญกับความเศร้าต่อไปอีกนานเท่านาน
ลาก่อน ขอเพียงเธอยิ้มให้ฉันตลอดไป...ในความทรงจำก็พอ
ลาก่อน ฉันต้องผจญกับความเศร้าต่อไปอีกนานเท่านาน
ลาก่อน ขอให้เธอมีความสุขตลอดไป
หลับตาลงแล้วจมอยู่กับความเศร้าตลอดไป
ขออย่าให้เธอต้องเปียกปอนด้วยน้ำฝนอันเย็นเยียบ
หลับตาลงแล้วจมอยู่กับความเศร้าตลอดไป
ทำร้ายจิตใจกันให้แตกสลายแล้วกอดฉันไว้ตลอดไป
...อยู่กับความเศร้าตราบนานเท่านาน...
********************************************
ฉันคงชอบฟังเพลงนี้ไปอีกนานทีเดียว
2月24日 เหนื่อย...จนอยากเลิกมองดวงจันทร์รู้ไหม
ว่าการที่ต้องคอยทำดีกับใครสักคนเพราะรัก
แต่คนคนนั้นกลับไม่เคยตอบรับความรู้สึกของเราเลย
หนักหนาไปกว่านั้น คือใช้ความรักที่เราให้เขา
เป็นบันได เป็นประตู หรือเป็นอะไรก็แล้วแต่
ที่ทำให้เขาได้ในสิ่งที่ต้องการ
...รู้ไหมว่า การเป็นแบบนั้น มันเหนื่อย...
ยิ่งรู้ว่าเขาเหมือนมีใจให้กับคนอื่น
ยิ่งอยาก...ร้องไห้
อยากถามดังๆ ว่าฉันเลวนักหรือ เขาถึงให้ใจรักไม่ได้
อยาก...จบทุกอย่าง ลืมทุกอย่าง
ย้อนกลับไปวันวาน ประหนึ่งว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเรา
ที่ที่เคยไปกินข้าวด้วยกัน เดินซื้อของด้วยกัน
เพลงที่เขาเคยสอนให้เล่น
เหนื่อยใจ...จนอยากลืมให้หมด
แต่ในเมื่อความจำเป็นบีบให้เรายังเจอกันอยู่
ฉันจึงลืมไม่ได้...จะลืมได้ยังไง
ทันทีที่เห็นหน้าเขา ความทรงจำต่างๆก็ไหลวนเชี่ยวกรากในใจ
การถอยออกมาดูแลเขาห่างๆ คงเป็นการดีที่สุด
เหมือนกับที่ใครสักคนเคยบอกฉันไว้
ว่าสายสัมพันธ์ของฉันกับเขา เป็นสิ่งที่เหนียวแน่นมาก
บางที อาจจะมากกว่าที่ใครๆเข้าใจด้วยซ้ำไป
แต่...ให้ยังไง มันก็คงไม่ใช่ความรักแบบหนุ่มสาวใช่ไหม?
ค่ำคืนนี้ ฉันคงหลับตาลงนอน
ในขณะที่เขา...คงกำลังคุยโทรศัพท์กับ "ใครคนนั้น" ของเขา
แล้วฉันจะหลับลงอย่างสงบใจได้ไหม?
1月27日 ทำไมฉันต้องรอด้วย(ฟะ?)หุๆๆๆๆ
ชีวิตมีความสุขจริงว้อย
วันนี้กลับมาบ้าน กินข้าวเสร็จ
ออนเอ็ม ออนสไคป์
ก็มาเจอปลาทองตัวหนึ่งที่เพิ่งจะเป็นมนุษย์เวรี่ ไฮ เทคโนโลยี
มันมาเลยคับ...ตูด ตู ตู๊...เสียงสายเรียกเข้าจากสไคป์
เสียงปลาทองบ๊อบมาตามสายความเร็วสองเมก(กะตัน)
โชว์ความเร็วของสายน่าดู (แถวบ้านเรียกขี้คุย)
ทั้งร้องเพลง ทั้งเล่นกีตาร์โชว์สดผ่านสไคป์
(ไม่ออนแคมฟ๊อกโชว์เต้นสดด้วยก็บุญเท่าไหร่แล้ว-*-)
ระหว่างนั้นมีการเทรนการร้องเพลงผ่านสไคป์จากฉันด้วย
แบบว่าเนื้อเสียงใช้ได้นะ แต่คีย์มีหลงเป็นพักๆ
ต้องคอยตบๆให้เข้ามาในทาง
แอบงงมัน...ว่าเป็นนักดนตรีมาได้ไงฟะ -*-
หูน่าจะดีกว่านักร้องด้วยซ้ำ
กะลังฟังมันร้องหลงทางเพลินๆ อยู่ๆก็มีสายเข้ามาหามัน
เป็นสาวนางหนึ่งที่อยู่ในไฮไฟว์ของปลาทอง
ว่าแล้วมันก็หันมาปิดไมค์...หายไปครึ่งค่อนชั่วโมง
ตอนแรกฉันก็ว่าจะไปอาบน้ำ...แต่ก็เปลี่ยนใจ
เดี๋ยวเกิดมันมาแล้วเรียกไม่เจอ เดี๋ยวจะโวยวายได้อีก
เลยนั่งรอมันหน้าแลปทอปนี่แหละ -*-
ทำไมคนอย่างฉันต้องมานั่งรอมันวะ??
ระหว่างรอ ในหัวก็เริ่มฟุ้งซ่าน
ว่ามันจะใช้ภาษาบ๊อบๆของมันออดอ้อนสาวไปถึงไหน...
โว๊ยยยยยย!!!! ม่ายยยยย นั่นไม่ใช่กูววววววววววววว์
ผ่านไปเบ็ดเสร็จ เกือบชั่วโมง...ถึงได้เปิดไมค์กลับมา
บอกว่า "ออดอ้อนเสร็จแล้ว"
..."เหรออออออ อ้วกกกกกกกก" ฉันลากเสียงยาวด้วยความหมั่นใส้เต็มพิกัด
แม่งงงงง ทำไมกูต้องมานั่งหวงไอ้บ้าปลาทองนี่ด้วยวะ!!!
มันเป็นความสุขของกรูตรงไหนเนี่ย???
แต่เอาวะ...ได้ยินเสียง ได้ร้องเพลงด้วยกันผ่านสไคป์ก็ดีแล้ว
ยกนี้ยอมให้ก่อนก็ได้ฟะ...อิปลาทองเอ๊ย!!!
12月29日 นิทานของคนกลัวเจ็บซ้ำกาลครั้งหนึ่ง ไม่นานเท่าไหร่ |
|
||||
|
|